สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส วันที่ 20 มกราคม 2569

สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส วันที่ 20 มกราคม 2569

วันที่นำเข้าข้อมูล 20 ม.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 20 ม.ค. 2569

| 89 view

สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์
โดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส
วันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น.
ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ

 

1. พัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา

  • ที่ผ่านมา ไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ซึ่งทั้งสองฝ่ายลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัดและด้วยความจริงใจ แต่ยังคงพบการละเมิดโดยฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการยั่วยุทั้งทางการทหารและทางวาทกรรม เช่น กรณีผู้แทนระดับรัฐมนตรีของกัมพูชาแสดงความเห็นที่เป็นลักษณะเชิงแทรกแซงกิจการภายในของไทยในบริบทการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งขัดต่อ Joint Statement ข้อ 6 ที่ระบุให้ทั้งสองฝ่ายละเว้นจากการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการยั่วยุที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้น
  • ล่าสุด สื่อกัมพูชาตีพิมพ์จดหมายเปิดผนึกจากสมาชิกวุฒิสภาของกัมพูชา ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในบริบทสถานการณ์ไทย - กัมพูชา ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในทันที ดังนี้
    (1) การเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชาเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งและไม่สามารถยอมรับได้
    (2) ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญและอยู่เหนือการเมือง ซึ่งฝ่ายกัมพูชา โดยเฉพาะผู้แทนระดับสูง ควรตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้เป็นอย่างดี ดังนั้น การดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวโยงกับเรื่องระหว่างรัฐบาลของสองประเทศจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
    (3) กรณีนี้ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการแทรกแซงกิจการภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ขัดต่อมารยาทพื้นฐานของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ขัดต่อกฏบัตรอาเซียน และขัดต่อ Joint Statement ข้อ 6 อีกครั้ง
    (4) ฝ่ายไทยขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชากำชับให้บุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลและรัฐสภากัมพูชามีวิจารณญาณ ยุติการออกแถลงการณ์หรือการแสดงความเห็นเชิงยั่วยุใด ๆ และแสดงความจริงใจและสุจริตใจในการปฏิบัติตาม Joint Statement ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการเจรจาระหว่างสองฝ่าย เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
  • ไทยมีหนังสือประท้วงในเรื่องนี้ไปยังฝ่ายกัมพูชาและมีหนังสือตอบโต้ไปยังสื่อกัมพูชาที่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว ไทยและกัมพูชามีช่องทางการสื่อสารระหว่างกันหลายช่องทาง และใน Joint Statement ระบุให้ทั้งสองฝ่ายคงไว้ซึ่งช่องทางการสื่อสารโดยตรงและสม่ำเสมอระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองประเทศ อีกทั้งกำหนดให้จัดตั้งคณะทำงานที่รับผิดชอบการแถลงข่าวทางการของทั้งสองฝ่ายด้วย
  • ตั้งแต่กัมพูชาผ่านพ้นวิกฤติการณ์ทางการเมืองต่าง ๆ ประเทศไทย ในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด แสดงไมตรีจิตโดยให้ความช่วยเหลือทั้งด้านมนุษยธรรมและในการฟื้นฟูประเทศในมิติต่าง ๆ มาโดยตลอด และหวังจะเห็นฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน เพื่อประโยชน์สุขของประเทศและประชาชนของทั้งสองฝ่าย

 

2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ประจำปี 2569 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส

  • รัฐมนตรีฯ ร่วมกับคณะผู้แทนไทย เดินทางไปเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) 2026 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 20 - 22 มกราคม 2569 ซึ่งคณะผู้แทนไทยนำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมด้วย
  • การเข้าร่วมการประชุม WEF AM26 ของไทยครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในประเทศไทย โดยการเชื่อมโยงภาคเอกชนไทยกับเครือข่ายธุรกิจระดับโลก เพื่อขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน นวัตกรรม และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งรวมถึงเกษตรอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า การแพทย์ และปัญญาประดิษฐ์ ควบคู่กับการส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ จะขับเคลื่อนประเด็นที่มีจุดแข็ง เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล การส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสีเขียว และการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ และจะร่วมแสดงความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF - World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อย้ำบทบาทที่สำคัญของไทยในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเงิน และความร่วมมือพหุภาคีของภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก
  • ระหว่างการประชุม รัฐมนตรีฯ มีกำหนดพบหารือทวิภาคีกับผู้นำภาครัฐและบริษัทธุรกิจชั้นนำจากประเทศต่าง ๆ รวมถึงสื่อชั้นนำของโลก เพื่อขยายโอกาสในด้านการค้าและการลงทุน อีกทั้งจะใช้เวที WEF ในผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการประชุมระหว่างประเทศที่ไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนธันวาคม 2568

 

3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดเข้าร่วมการประชุม ASEAN Foreign Ministers’ Meeting Retreat ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

  • รัฐมนตรีฯ มีกำหนดเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AMM Retreat) ระหว่างวันที่ 28 - 29 มกราคม 2569 ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
  • เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งแรกของปี ภายใต้วาระประธานอาเซียนของฟิลิปปินส์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินงานของอาเซียนตลอดปี 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก “การนำทางอนาคตของเราไปด้วยกัน” (“Navigating Our Future, Together”)
  • ทั้งนี้ จะเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศ และในภูมิภาคที่มีผลกระทบต่ออาเซียน โดยครั้งนี้ฟิลิปปินส์จะจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับความคืบหน้าการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อในประเด็นเมียนมา (Extended Informal Consultation on the Implementation of the Five-Point Consensus) ด้วย
  • ประเทศไทยแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของฟิลิปปินส์ ในประเด็นและผลลัพธ์ที่สำคัญและจะผลักดันประเด็นที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ การต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ และความยั่งยืน

 

สามารถรับชมได้ที่ https://fb.watch/EL5Q_5qfEM/

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ