สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์
โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.00 น.
ณ ห้องแถลงข่าว และทาง Facebook/TIKTOK/Youtube LIVE กระทรวงการต่างประเทศ
1. การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้
- กระทรวงการต่างประเทศขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนในอำเภอหาดใหญ่และทุกจังหวัดในภาคใต้ที่กำลังเผชิญสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมฉับพลันและได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต
- นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเลื่อนกำหนดการเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 (วันนี้) เพื่ออยู่ดูแลสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่
- นอกจากคนไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างมากแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้ มีประมาณ 4,200 คน โดยกระทรวงฯ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายมาเลเซีย ในการให้ความช่วยเหลือและอพยพนักท่องเที่ยวมาเลเซียคู่ขนานไปกับการช่วยเหลือคนไทย และจะประสานกับฝ่ายมาเลเซียในการจัดการให้เดินทางกลับประเทศในห้วงสถานการณ์ที่เหมาะสมต่อไป
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประสานงานกับเทศบาลนครหาดใหญ่ ในการจัดตั้งศูนย์บัญชาการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเป็นจุดรวมข้อมูลและการประสานขอความช่วยเหลือ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง
- กระทรวงการต่างประเทศขอเอาใจช่วยและส่งกำลังใจให้คนไทยและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์วิกฤตครั้งนี้ และหวังว่า สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอินโด-แปซิฟิก (EU Indo-Pacific Ministerial Forum: IPMF) ครั้งที่ 4 ที่กรุงบรัสเซลส์
- เมื่อวันที่ 20 - 21 พฤศจิกายน 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอินโด-แปซิฟิก หรือ IPMF ครั้งที่ 4 ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม
- รัฐมนตรีฯ กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมโต๊ะกลมในมิติความมั่นคงและกล่าวสรุปในช่วงปิดการประชุมฯ ย้ำความสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองภูมิภาค ในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และความยั่งยืน ผ่านการปฏิบัติตามกฎกติการะหว่างประเทศ การค้าเสรี รวมถึงการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อีกทั้งแสดงความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ระหว่างวันที่ 17 - 18 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพฯ
- รัฐมนตรีฯ ยังพบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีต่างประเทศ 9 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เยอรมนี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ โรมาเนีย เอสโตเนีย บัลแกเรีย สาธารณรัฐสโลวัก และลัตเวีย รวมถึงผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศ และนโยบายความมั่นคงของคณะกรรมาธิการยุโรป โดยย้ำความตั้งใจของไทยในการเร่งรัดการเจรจา FTA ไทย - สหภาพยุโรปและการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย อีกทั้งเชิญทุกประเทศเข้าร่วมการประชุมว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรม หลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ
3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินเดีย
- ในวันที่ 29 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2568 รัฐมนตรีฯ มีกำหนดจะเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินเดียเพื่อหารือข้อราชการ (Working visit)
- รัฐมนตรีฯ จะพบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงแห่งชาติอินเดีย ซึ่งจะเป็นโอกาสหารือแนวทางผลักดันความร่วมมือระหว่างไทยกับอินเดียให้แน่นแฟ้นขึ้น หลังจากที่ได้ยกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ของนายกรัฐมนตรีอินเดีย เมื่อเดือนเมษายน 2568 โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ทั้งยังจะเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นในภูมิภาคและประเด็นระหว่างประเทศที่มีความสนใจและผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงเชิญอินเดียร่วมการประชุมว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ที่กรุงเทพฯ
- นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ จะพบหารือกับนักวิชาการอินเดียจากสถาบันคลังสมองต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน นโยบายการต่างประเทศของไทยและอินเดียที่สอดรับกัน ความร่วมมือในการต่อต้านภัยคุกคาม รูปแบบใหม่ร่วมกัน และจุดเชื่อมโยงทางคมนาคมระหว่างอินเดียกับเอเชียตะวันออก
4. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนนครเจนีวา ในห้วงการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22
- ในวันที่ 4 - 6 ธันวาคม 2568 รัฐมนตรีฯ มีกำหนดจะเดินทางเยือนนครเจนีวา ในห้วงการประชุมรัฐภาคีห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 ซึ่งเป็นการประชุมภายใต้กรอบอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) ที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส
- รัฐมนตรีฯ จะกล่าวถ้อยแถลงในวาระการพิจารณาคำขอตามข้อ 8 (Article 8) ของอนุสัญญาฯ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของไทยในการดำเนินการตามกลไกอนุสัญญาฯ ซึ่งระบุให้รัฐภาคีต้องแจ้งหากมีเหตุการณ์ทุ่นระเบิดและเพื่อให้ประชาคมโลกรับทราบถึงพฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรมของกัมพูชาในการวางทุ่นระเบิด ที่ทำให้ทหารไทยสูญเสียขา จำนวน 7 คน อันเป็นการละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาฯ และขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
- รัฐมนตรีฯ จะพบหารือกับผู้แทนระดับสูงของหน่วยงานและประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา และแสดงจุดยืนและท่าทีไทยในการยึดมั่นการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาต่าง ๆ รวมถึงอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
5. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนิวซีแลนด์เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
- นาย Winston Peters รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนิวซีแลนด์ มีกำหนดจะเดินทางเยือนไทยระหว่างวันที่ 27 - 28 พฤศจิกายน 2568
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนิวซีแลนด์จะเข้าพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และลงนาม ร่วมกันในแผนปฏิบัติการร่วมของความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย - นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026 - 2030 และลงนามแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะผู้แทนรัฐบาลนิวซีแลนด์
- สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการร่วมฯ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่ายจะร่วมลงนาม ได้แก่ การส่งเสริมความร่วมมือในทุกระดับและทุกมิติ ความร่วมมือในอนุภูมิภาคและภูมิภาค เช่น การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งรวมถึงเรื่อง Scammers การใช้กลไกทางการค้าที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ทั้งในกรอบทวิภาคี คือ Thailand - New Zealand Closer Economic Partnership (TNZCEP) และกรอบพหุภาคี คือ ASEAN-Australia-New Zealand Free Trade Agreement (AANZFTA) และ RCEP รวมทั้งการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน เช่น การกลับมาทำการบินเส้นทางบินตรงระหว่างสองประเทศของการบินไทยและการเพิ่มทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาไทย
- ไทยและนิวซีแลนด์แสดงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศในปี 2569 โดยนายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความมุ่งมั่นเมื่อเดือนเมษายน 2567 การเยือนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่มีการลงนามแผนปฏิบัติการร่วมฯ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
- สื่อมวลชนที่สนใจ สามารถเข้าร่วมทำข่าวการลงนามแผนปฏิบัติการร่วมฯ ได้ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 โดยพร้อมที่ห้องแถลงข่าวกระทรวงฯ เวลา 10.00 น.
6. พัฒนาการล่าสุด สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา
6.1 การตรวจสอบของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนต่อเหตุการณ์ทหารไทย เหยียบทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568
- เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงการต่างประเทศออกข่าวสารนิเทศเรื่อง ผลการตรวจสอบของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนต่อเหตุการณ์ ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่ภูมะเขือ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับรายงานผลการตรวจสอบของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team-Thailand: AOT-TH) ที่ได้ลงพื้นที่สังเกตการณ์ที่ภูมะเขือ โดยยืนยันว่า ทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบนั้นเป็นทุ่นระเบิด สังหารบุคคลชนิด PMN-2 ที่ถูกฝังใหม่
- นอกจากนี้ คณะ AOT ยังได้ตรวจสอบพิกัดจุดพบทุ่นระเบิดทุกจุดด้วยระบบ GPS ของโทรศัพท์มือถือ ร่วมกับแผนที่ภูมิประเทศอย่างเป็นระบบ ซึ่งยืนยันว่า ทุกตำแหน่งอยู่ในดินแดนของไทย
- การที่ไทยจัดให้คณะ AOT ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ในเวลาอันรวดเร็วภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความโปร่งใสของฝ่ายไทยที่เปิดให้กลไกอิสระ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง บนพื้นฐานของหลักทางวิทยาศาสตร์ และหลักฐานเชิงประจักษ์ ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชายังคงพยายามบิดเบือนข้อมูลต่อประชาคมระหว่างประเทศ
- ในกรณีล่าสุดที่ฝ่ายกัมพูชาแก้ต่างและปฏิเสธผลการตรวจสอบว่าเป็นทุ่นระเบิดใหม่ ประเทศไทยขอย้ำอีกครั้งว่า ผลการตรวจสอบดังกล่าวเป็นของกลไกอิสระ ซึ่งจากการประเมินองค์ประกอบแวดล้อมต่าง ๆ ของคณะ AOT ประจำประเทศไทย และจากการที่พื้นที่เกิดเหตุดังกล่าวเคยเป็นฐานปฏิบัติการของกองทัพกัมพูชาในช่วงการปะทะ พบว่า ทุ่นระเบิดดังกล่าวถูกฝังในห้วงสถานการณ์ความตึงเครียดล่าสุด ไม่ใช่ทุ่นระเบิดเก่าที่ตกค้างตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้าง
- ขอย้ำว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กรอบอนุสัญญา ห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Anti-Personnel Mine Ban Convention: APMBC) หรืออนุสัญญาออตตาวา (Ottawa Convention) และข้อตกลงภายใต้ กรอบกลไกทวิภาคีทุกกรอบ โดยยึดหลักสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย และรักษาความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไทย
6.2 การสำรวจและวางหมุดชั่วคราวระหว่างหลักเขตแดนที่ 42-47 ในพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว
- การสำรวจและวางหมุดชั่วคราวเป็นการดำเนินการตามผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Boundary Commission: JBC) สมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 21-22 ตุลาคม 2568 ที่จังหวัดจันทบุรี โดยมีการบินโดรนถ่ายภาพเพื่อให้ได้ภาพสภาพภูมิประเทศล่าสุด ซึ่งมีการหาค่าพิกัดตำแหน่งในภูมิประเทศจริงและจะใช้ภาพนี้เป็นแนวทาง ในการเดินสำรวจและปักหมุดชั่วคราวที่มีค่าพิกัดกำกับ
- แนวของหมุดชั่วคราวดังกล่าวไม่ถือเป็นแนวเขตแดนระหว่างประเทศ แต่เป็นเพียงการแสดงแนวอ้างสิทธิตามความเห็นของแต่ละฝ่าย เพื่อใช้ประกอบการหารือภายใต้กลไก JBC ในลำดับต่อไป โดยการกำหนดแนวเขตแดนระหว่างประเทศจะเกิดขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันใน JBC และได้รับความเห็นชอบตามกระบวนการทางกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ
- เมื่อทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการปักหมุดชั่วคราวแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละฝ่ายจะดำเนินมาตรการเกี่ยวกับการปรับการถือครองที่ดินในพื้นที่ของตนภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นขั้นตอนภายในของแต่ละประเทศและไม่กระทบต่อเขตแดนไทย - กัมพูชา ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ https://fb.watch/DCqkV0BeHf/