ถ้อยแถลงร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อมุ่งสู่ประชาคมไทย - จีนที่มีอนาคตแห่งความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

วันที่นำเข้าข้อมูล 20 ก.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 21 ก.ค. 2569

| 138 view

ถ้อยแถลงร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
เพื่อมุ่งสู่ประชาคมไทย - จีนที่มีอนาคตแห่งความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

๑. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน


๒. ระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งพบหารือทวิภาคีกับนาย หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน นายกรัฐมนตรีอนุทินฯ ยังได้เข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ. ๒๐๒๖ ที่นครเซี่ยงไฮ้

๓. ผู้นำทั้งสองประเทศได้แสดงความพึงพอใจต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย - จีน ซึ่งตั้งอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจและความเคารพซึ่งกันและกัน

๔. ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่เคยแสดงร่วมกันระหว่างการเยือนประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์ของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี ๒๕๖๕ ที่จะสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันไทย - จีน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายยังได้ย้ำว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งประวัติศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๘ เป็นวาระสำคัญในการฉลองโอกาสครบรอบ ๕๐ ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน ที่ได้ช่วยเสริมสร้างให้มิตรภาพระหว่างทั้งสองประเทศและประชาชนมีความใกล้ชิดและยั่งยืนยิ่งขึ้น

๕. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะทำงานร่วมกันเพื่อนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในอีก ๕๐ ปีข้างหน้าระหว่างการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันไทย - จีน โดยจะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ และสถาบันต่าง ๆ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องที่จะจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีว่าด้วยความมั่นคงไทย - จีน แบบ ๒+๒ ระดับรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วมเพื่อเสริมสร้างการประสานงานและการหารือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน

๖. ทั้งสองฝ่ายยืนยันการสนับสนุนซึ่งกันและกันในประเด็นผลประโยชน์หลักและข้อห่วงกังวลสำคัญของแต่ละฝ่าย จีนย้ำความเคารพต่อเอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย และสนับสนุนไทยอย่างหนักแน่นในการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ ในขณะที่ไทยยืนยันคำมั่นอันแน่วแน่ต่อนโยบายจีนเดียว โดยยอมรับว่ารัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลตามกฎหมายเพียงรัฐบาลเดียวที่เป็นตัวแทนของจีนทั้งปวง และไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ รวมทั้งสนับสนุนการรวมชาติอย่างสันติ และจะไม่สนับสนุนการเรียกร้องใด ๆ เรื่องเอกราชของไต้หวัน นอกจากนี้ ไทยจะสนับสนุนนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ของจีนด้วย

๗. ท่ามกลางความท้าทายและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของโลก ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำความสำคัญของการธำรงไว้ซึ่งพหุภาคีนิคมที่ตั้งอยู่บนกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันที่มุ่งมองไปข้างหน้า มีความยืดหยุ่น ครอบคลุม และยั่งยืน ตลอดจนย้ำความสำคัญของระบบการค้าพหุภาคีที่เปิดกว้างและตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ ในการนี้ ทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นที่จะกระชับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในสาขาเศรษฐกิจและการค้า เทคโนโลยี และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาความมั่นคงและความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาสู่ความทันสมัยของทั้งสองประเทศ

๘. ทั้งสองฝ่ายมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการค้าทวิภาคีผ่านการเพิ่มการเปิดตลาดและการส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณภาพสูงและมีความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของธุรกิจท้องถิ่น การยึดถือแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นเลิศ ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับท้องถิ่น ในการนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ ๕ ปีว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีนให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

๙. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมกันรักษาความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทานผ่านการเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม - ภาควิชาการ - ภาคการวิจัย ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือเกี่ยวกับเวทีการวิจัยร่วม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วิสาหกิจเริ่มต้นด้านเทคโนโลยี และการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยมีเป้าประสงค์เพื่อจัดตั้งระบบนิเวศห่วงโซ่อุปทานที่ดำเนินการอย่างครบวงจร

๑๐. ทั้งสองฝ่ายชื่นชมการลงนามพิธีสารยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน (ACFTA 3.0) เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๘ โดยจะทำงานร่วมกันเพื่อให้พิธีสารมีผลใช้บังคับโดยเร็ว ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะความตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีนและความตกลงที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) เพื่อส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค

๑๑. ฝ่ายจีนได้แสดงความพร้อมที่จะร่วมกับไทยและภาคีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นำข้อริเริ่มว่าด้วยกรอบความร่วมมือการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศในด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาสีเขียว (Initiative on International Trade and Economic Cooperation Framework for Digital Economy and Green Development) มาปฏิบัติใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลและสีเขียวรวมทั้งการพัฒนาที่ยั่งยืน

๑๒. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านศุลกากรดิจิทัล เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติด้านศุลกากรอัจฉริยะ จัดตั้งระบบการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (single-window service) และเสริมสร้างความร่วมมือด้านกฎระเบียบ การเพิ่มขีดความสามารถ และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออก นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะกระชับความร่วมมือภายใต้มาตรการของคณะกรรมการร่วมด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชไทย - จีน (Joint Technical Committee on Sanitary and Phytosanitary (SPS)) ต่อไป โดยจีนยินดีที่ไทยแสดงความพร้อมที่จะเข้าร่วมกลไกความร่วมมือด้านศุลกากรสายแถบและเส้นทางว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของอาหาร (Belt and Road Customs Cooperation Mechanism on Food Safety) เพื่อร่วมกันเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยทางอาหารและขยายปริมาณการค้าของสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารอย่างต่อเนื่อง

๑๓. ทั้งสองเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านการอำนวยความสะดวกการค้าดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงการแลกเปลี่ยนด้านธรรมาภิบาลและมาตรฐานดิจิทัล เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

๑๔. ทั้งสองฝ่ายย้ำว่า การใช้ประโยชน์ความตกลงการค้าเสรีและกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงกลไกระงับข้อพิพาททางเลือก มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมของการทำธุรกิจที่มีเสถียรภาพและสามารถคาดการณ์ได้ ในการนี้ จีนได้กล่าวสนับสนุนการเสนอตัวของไทยในการเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการระงับข้อพิพาทด้านการลงทุนระหว่างประเทศ (Advisory Centre on International Investment Dispute Resolution) ในกรอบคณะกรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (United Nations Commission on International Trade Law: UNCITRAL)

๑๕. การพัฒนาด้านเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลได้เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับทั้งสองประเทศอย่างกว้างขวาง ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เพื่อส่งเสริมกำลังการผลิตที่มีคุณภาพรูปแบบใหม่ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต

๑๖. นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะใช้ประโยชน์จากบทบาทของคณะกรรมการร่วมด้านความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการประสานนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม และเสริมสร้างความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ อาทิ ชีวิตและสุขภาพ สารสนเทศเชิงพื้นที่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการบรรเทาความยากจน เทคโนโลยีการเกษตร และวัสดุขั้นสูง ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขยายการแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีและการสาธิตเทคโนโลยี ตลอดจนการประยุกต์ใช้ผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มพูนความร่วมมือเชิงลึกในสาขาที่สำคัญในด้านดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์ยุคใหม่ อาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยี การบินและอวกาศ เทคโนโลยีควอนตัม พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมชีวภาพ

๑๗. ฝ่ายไทยแสดงความยินดีกับฝ่ายจีนสำหรับความสำเร็จในการจัดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ. ๒๐๒๖ และการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ และยินดีกับข้อริเริ่มของจีนในการจัดตั้งองค์การความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลก (World AI Cooperation Organization: WAICO) ทั้งสองฝ่ายเห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศและการมีธรรมาภิบาลโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ รวมทั้งการส่งเสริมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เพื่อประโยชน์ต่อมนุษยชาติ

๑๘. ทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะการเพิ่มทักษะและการปรับทักษะแรงงานเพื่อเพิ่มพูนผลิตภาพ ทั้งนี้ ไทยแสดงความพร้อมที่จะรองรับความเป็นหุ้นส่วนด้านการลงทุนระยะยาวที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ตลอดจนความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากับจีน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเสริมสร้างการบูรณาการของห่วงโซ่อุปทาน

๑๙. การส่งเสริมความเชื่อมโยงเป็นเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการบูรณาการทางเศรษฐกิจและการเจริญ เติบโตร่วมกันในภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นพ้องที่จะเร่งรัดการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ระยะที่ ๑ รวมถึงสรุปรูปแบบความร่วมมือ และเริ่มโครงการดังกล่าวในระยะที่ ๒ โดยเร็ว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางรางและทางถนน และเพิ่มประสิทธิภาพด้านพิธีการเข้าเมือง พิธีการศุลกากร และการตรวจสอบกักกันด้านสุขอนามัยและสินค้า

๒๐. ในด้านความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าควรมีการแลกเปลี่ยนการเยือนที่มากขึ้นและควรกระชับความร่วมมือด้านการฝึกร่วมและการฝึกทางทหาร การแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาขีดความสามารถ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการป้องกันประเทศ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะแสวงหาความร่วมมือด้านอื่น ๆ เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่

๒๑. ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ในการพิทักษ์ความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชนและเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงทางโทรคมนาคม รวมถึงการหลอกลวงออนไลน์ การลักลอบขนยาเสพติด การลักลอบเล่นการพนันและการฟอกเงิน โดยยึดมั่นในหลักการที่จะไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าวโดยเด็ดขาด ในการนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อแถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ โดยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ค.ศ. ๒๐๒๕ (2025 Bangkok Joint Statement by the Global Partnership against Online Scams) ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทยและพันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อการต่อต้านการฉ้อโกงผ่านระบบโทรคมนาคมและอาชญากรรมไซเบอร์ (International Alliance Combating Telecom Fraud and Cybercrime) ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของจีน ในฐานะกลไกสำคัญเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในประเด็นนี้

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงาน ด้านยุติธรรม รวมถึงด้านการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ

๒๒. เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในระดับประชาชน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งสองฝ่ายจะกระชับความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนที่มีอยู่ในสาขาวัฒนธรรม การศึกษา อาชีวศึกษา และทักษะทางดิจิทัลและภาษา จีนยินดีที่ไทยเป็นประเทศเกียรติยศในการจัดการประชุมและนิทรรศการว่าด้วยการศึกษานานาชาติของจีน ประจำปี ๒๕๖๙ (2026 China Annual Conference & Expo for International Education) นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือระดับท้องถิ่นด้วยการปฏิสัมพันธ์ผ่านกลไกเมืองพี่เมืองน้อง การจัดกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงสนับสนุนการเยือนมากขึ้น

๒๓. สำหรับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นประโยชน์ของความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราซึ่งกันและกันสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ซึ่งได้ช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทางและส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่มีผลบังคับใช้ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพิจารณาแนวทางที่จะเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างทั้งสองประเทศ

๒๔. ทั้งสองฝ่ายตกลงที่ส่งเสริมความร่วมมือในด้านสื่อมวลชน สื่อและสิ่งพิมพ์ การกระจายเสียงและภาพยนตร์ เพื่อต่อต้านข่าวปลอมและข้อมูลเท็จ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

๒๕. ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขร่วมกันในสาขา อาทิ การควบคุม และป้องกันโรคไม่ติดต่อ การป้องกันและรับมือกับโรคระบาด และการแพทย์แผนดั้งเดิม นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังจะแสวงหาความร่วมมือในเศรษฐกิจผู้สูงอายุ โดยการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมความเป็นจริงในสังคมสูงวัยและการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ

๒๖. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล การบริหารจัดการมลพิษทางอากาศและน้ำ รวมถึงการปรับตัวสู่การใช้พลังงานสะอาด

๒๗. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ในด้านระบบเตือนภัยล่วงหน้า การป้องกันและการบรรเทาสาธารณภัย และการฟื้นฟูภายหลังภัยพิบัติ

๒๘. เพื่อต่อยอดผลการประชุมฝู่เซียนเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๘ จีนสนับสนุนความพยายามของไทยและกัมพูชาในการธำรงไว้ซึ่งข้อตกลงหยุดยิงที่ตกลงร่วมกันในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป สมัยพิเศษ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ ให้มีความยั่งยืน และการเดินหน้าแก้ไขความเห็นต่างผ่านการเจรจาและกลไกการหารือระดับทวิภาคี ตลอดจนการฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจและความเชื่อมั่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

๒๙. ไทยกับจีนมีผลประโยชน์ร่วมกันในภาพกว้างและมีท่าทีที่สอดคล้องกันในประเด็นระหว่างประเทศหลายประการ ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ที่จะธำรงไว้ซึ่งระบบพหุภาคีที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง และสนับสนุนระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเน้นย้ำความสำคัญของการปกป้องหลักนิติธรรม การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ การพัฒนาที่ยั่งยืน ความเสมอภาค ความยุติธรรม ประชาธิปไตย และเสรีภาพ

๓๐. นอกจากนี้ ไทยชื่นชมและยินดีต่อข้อริเริ่มระดับโลกทั้งสี่ประการของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่มีต่อพหุภาคีนิยม ทั้งสองฝ่ายแสดงความพร้อมที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับความท้าทายร่วมกัน และสนับสนุนความพยายามในการสร้างความทันสมัยของแต่ละประเทศ

๓๑. ทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมการประสานงานระหว่างกันในเวทีพหุภาคี เช่น สหประชาชาติ (United Nations: UN) องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) กรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue: ACD) แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion Economic Cooperation Program: GMS) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS)


๓๒. ฝ่ายไทยแสดงความสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Meeting) ประจำปี ค.ศ. ๒๐๒๖ ของจีนอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าปีแห่งเอเปคของจีนจะประสบความสำเร็จและบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ในขณะที่ ฝ่ายจีนชื่นชมบทบาทสำคัญของไทยในฐานะประเทศที่ตั้งสำนักงานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: ESCAP) โดยไทยจะให้การสนับสนุนจีนอย่างเต็มที่ในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปีของ ESCAP สมัยที่ ๘๓ และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างการประสานงานเพื่อผลักดันผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ของการประชุมประจำปีดังกล่าว

๓๓. ไทยยินดีต่อข้อริเริ่มของจีนในการจัดตั้งองค์การเพื่อการไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศ (International Organization for Mediation: IOMed) โดยเห็นว่าองค์การดังกล่าวจะมีบทบาทเชิงบวกในการอำนวยความสะดวกการระงับข้อพิพาทด้วยสันติวิธี และได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะลงนามในอนุสัญญา IOMed ในโอกาสแรก

๓๔. ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนสถาปัตยกรรมความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เปิดกว้างและครอบคลุม โดยยึดมั่นในความเป็นแกนกลางของอาเซียนท่ามกลางบริบทของภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งสองเห็นพ้องที่จะร่วมกันส่งเสริมการสร้างบ้านที่มีสันติภาพ ปลอดภัยและมั่นคง เจริญรุ่งเรือง งดงาม และเป็นมิตรสำหรับอาเซียนและจีน รวมถึงขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้านอาเซียน - จีน เพื่อมุ่งสู่การเป็นประชาคมอาเซียน - จีนที่มีอนาคตร่วมกันที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

๓๕. ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสำคัญในการรักษาและส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ และการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ โดยจะร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ต่อไปด้วยความมุ่งมั่นร่วมกันในการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration of the Conduct of Parties in the South China Sea: DOC) อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และการเร่งผลักดันการจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct in the South China Sea: COC) ที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ทะเลจีนใต้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ มิตรภาพและความร่วมมือ

๓๖. ในฐานะประธานร่วมของกรอบความร่วมมือแม่โขง - ล้านช้าง (Mekong-Lancang Cooperation: MLC) ไทยและจีนจะประสานงานกับประเทศสมาชิก MLC อื่น ๆ เพื่อจัดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง - ล้านช้างโดยเร็ว เพื่อกระชับความร่วมมือระดับภูมิภาคในด้านการบริหารจัดการน้ำ ความเชื่อมโยง เศรษฐกิจข้ามพรมแดน นวัตกรรมเทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งรับมือกับความท้าทายร่วมกัน ซึ่งรวมถึงมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน ความท้าทายทางสิ่งแวดล้อม และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมระเบียงการพัฒนาเศรษฐกิจแม่โขง - ล้านช้าง ยกระดับกรอบความร่วมมือแม่โขง - ล้านช้างสู่ MLC 2.0 และร่วมกันสร้างประชาคมแม่โขง - ล้านช้างที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง

๓๗. ระหว่างการเยือน ทั้งสองฝ่ายเป็นสักขีพยานการลงนามเอกสารความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น การค้า การเกษตร ศุลกากร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การบินและอวกาศ ทรัพย์สินทางปัญญา การต่อต้านการฟอกเงิน ตลอดจนด้านสื่อและสื่อมวลชน

๓๘. นายกรัฐมนตรีอนุทินฯ ขอบคุณฝ่ายจีนสำหรับการรับรองตนและคณะฝ่ายไทยอย่างอบอุ่น และได้ย้ำคำเชิญให้ผู้นำจีนเยือนไทยในเวลาที่ทั้งสองฝ่ายสะดวก

* * * * * * * * *