เมื่อวันที่ ๗-๑๑ กันยายน ๒๕๕๗ กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ได้จัดโครงการเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับงานด้านการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยได้เชิญคุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา รองเลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์และคณะเป็นวิทยากร เดินทางไปพบปะกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วยชุมชนไทยและกลุ่มนักวิชาการ ตลอดจนกลุ่มบุคคลที่เป็นเพื่อนของประเทศไทย (Friends of Thailand)
โครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อชี้แจงให้ชุมชนไทยในต่างแดนทราบถึงพัฒนาการล่าสุดในรอบ ๒๕ ปี ของงานพัฒนาในกรอบแนวคิดที่เริ่มขึ้นจากการทดลองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงค้นคว้าและริเริ่มโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนจนเป็นที่ประจักษ์ต่อประชาคมโลกว่า เป็นโครงการตัวอย่างที่มีความโดดเด่น โดยองค์การสหประชาชาติได้ยกย่องว่า เป็นโครงการพัฒนาทางเลือกในการดำรงชีวิตที่ยั่งยืน และได้เชิญให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ นำแนวคิดและระบบงานของดอยตุงไปปรับใช้ในเมียนมาร์และอัฟกานิสถานผลงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ก่อให้เกิดความร่วมมือในชุมชน และช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน รวมทั้งขยับรายได้พื้นฐานของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ และมีส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความมั่นคงที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม
รูปแบบการพัฒนาในเขตพื้นที่ดอยตุงเป็นไปตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือ “สมเด็จย่า” ตลอดจนการบูรณาการแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ตอบรับกับการแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกัน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงจึงดำเนินงานด้านการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม และแสวงหาแนวทางเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของประชาชนในท้องถิ่น
โครงการนี้ประกอบด้วยกิจกรรมหลัก ๓ กิจกรรม ได้แก่
๑)การบรรยายและพบปะชุมชนไทยในกรุงสตอกโฮล์ม เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๗ ซึ่งได้รับความสนใจจากชุมชนไทยในกรุงสตอกโฮล์มเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ ๖๐ คน โดยชุมชนไทยสนใจสอบถามเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางการนำแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตในต่างแดน
๒)การอภิปรายร่วมกับมหาวิทยาลัยSwedish University of Agricultural Sciences (SLU) ณ เมือง Uppsala เมื่อวันที่ ๘ กันยายนโดยมีคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาในสาขาต่าง ๆ เช่นการเกษตรสิ่งแวดล้อมและสัตวบาล ร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทยกับสวีเดนในสาขาดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษาไทยที่ได้รับทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยดังกล่าว เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในกิจกรรมนี้ด้วย
๓) การบรรยายและพบปะชุมชนไทยในเมืองโกเธนเบิร์กเมื่อวันที่ ๑๐กันยายน ๒๕๕๗ ซึ่งมีชุมชนไทยเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวประมาณ ๖๐ คน โดยมีนายเคนเนธ โอเกร็นท์(Kenneth Orrgren) กงสุลกิตติมศักดิ์ประจำเมืองโกเธนเบิร์กเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ประเทศสวีเดนมีชื่อเสียงด้านการพิทักษ์สิทธิมนุษยชน และเปิดโอกาสให้บุคคลสัญชาติต่างๆ เข้าไปตั้งถิ่นฐาน และอยู่ร่วมกันในต่างวัฒนธรรม จึงทำให้การนำคณะจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงไปพบปะกับชุมชนต่างชาติในครั้งนี้ ได้รับความสนใจและตอบสนองอย่างดียิ่ง เพราะเป็นการนำงานพัฒนาเข้ามาปรับปรุงคุณภาพชีวิตซึ่งตรงกับค่านิยมพื้นฐานของประเทศสวีเดน นอกจากนี้ชุมชนไทยที่พำนักในประเทศสวีเดน ยังชื่นชมความสำเร็จในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในโครงการพัฒนาต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและในประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า แนวความคิดดังกล่าวมีความเป็นสากลสามารถปรับประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ต่าง ๆ นับเป็นการเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างแท้จริงโดยจะมีการจัดกิจกรรมในลักษณะเดียวกันนี้อีกในประเทศเดนมาร์ก ระหว่างวันที่ ๑๑-๑๕ กันยายน ๒๕๕๗