เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๗ นางสาวพาชื่น พรมงคล กงสุลใหญ่ฯ ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวให้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดภาคการศึกษาของข้าราชการไทยที่ได้รับทุนการศึกษาภาษาจีนจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียว รุ่นที่ ๑๐ จำนวนกว่า ๗๗ คน ณ ห้อง ๒๐๑ ศูนย์ประชุมนานาชาติมหาวิทยาลัยหัวเฉียว วิทยาเขตเซี่ยเหมิน โดยมีนาง Qiu Yuanping รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการชาวจีนโพ้นทะเล อธิบดีกรมกิจการชาวจีนโพ้นทะเล ผู้แทนระดับสูงของมณฑลฝูเจี้ยน และผู้บริหาร มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เข้าร่วมด้วย
ทุนสำหรับข้าราชการไทยมาอบรมหลักสูตรภาษาจีน ณ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวนั้น เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสมาคมเศรษฐกิจ วัฒนธรรมไทย-จีนและมหาวิทยาลัยหัวเฉียวที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่ ๑๐ มีผู้ได้รับทุนจากประเทศต่าง ๆ ๓ ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและไทย มีข้าราชการที่ผ่านการอบรมแล้วนี้กว่า ๔๐๐ คน และได้กลับไปปฏิบัติภารกิจในหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน
ในการนี้ มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กรอบความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสมาคมเศรษฐกิจ วัฒนธรรมไทย-จีนและมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือในอีก ๕ ปีข้างหน้า โดยเฉพาะด้านการจัดสรรทุนการศึกษา โดยสมาคมเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทย-จีนจะเป็นผู้ดูแลทุนจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวทั้งหมดในประเทศไทย รวมถึงความร่วมมือระหว่างสมาคมเศรษฐกิจวัฒนธรรมไทย-จีน กับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวและสภาวิจัยแห่งชาติในการจัดการประชุมทางวิชาการประจำปี โดยแต่ละฝ่ายจะผลัดกันเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้ มีการจัดประชุมร่วมกันแล้ว ๓ ครั้ง
โอกาสนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับข้าราชการที่ได้รับทุนการศึกษา รุ่นที่ ๑๐ และขอบคุณฝ่ายจีนที่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาษาจีนแก่บุคลากรของไทยซึ่งเป็นผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ โดยการลงทุนในการพัฒนาเยาวชนเปรียบเสมือนการสร้างอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ การที่จีนและอาเซียนจะก้าวเข้าสู่ช่วง diamond decade ในศตวรรษหน้าตามข้อเสนอของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในการสร้างเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ ๒๑ และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปีหน้า การผลิตบุคคลกรที่มีความรู้ภาษาจีนเพื่อรองรับความร่วมมือในด้านต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนและจีนให้ก้าวหน้าต่อไปในระยะยาว