การประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย
การประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย
วันที่นำเข้าข้อมูล 29 พ.ค. 2558
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 พ.ย. 2565
เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘ รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศได้จัดการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย ณ โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเป็นเวทีสำหรับประชาคมระหว่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่เป็นสมาชิกของกระบวนการบาหลีที่ได้รับผลประทบโดยตรงจำนวน ๑๗ ประเทศ[1]ร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนสำหรับผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่ตกค้างกลางมหาสมุทรอินเดีย ณ ขณะนี้ประมาณ ๗,๐๐๐ คน พร้อมทั้งการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของหลักการแบ่งเบาภาระระหว่างประเทศ (International Burden Sharing)
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนระดับสูงจากประเทศที่ได้รับเชิญและประเทศผู้สังเกตการณ์ได้แก่ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งสิ้น ๗๔ คน รวมทั้งมีผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ ๓ องค์กร คือ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และผู้แทนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทยพร้อมด้วยเอกอัครราชทูตและผู้แทนระดับอุปทูตในประเทศไทยกว่า ๔๐ ประเทศได้เข้าร่วมสังเกตการณ์
พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวเปิดการประชุมโดยเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนสำหรับทุกประเทศในภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง (ทั้งประเทศต้นทาง กลางทาง และปลายทาง) รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และความร่วมมือของประชาคมระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดียอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน และนอกจากการให้ความสำคัญของการช่วยเหลือชีวิตของผู้ที่อยู่กลางทะเลแล้ว ยังต้องการความร่วมมือในการหยุดยั้งปัญหาที่ต้นเหตุโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศต้นทาง และเน้นย้ำให้การประชุมครั้งนี้เป็นการหารืออย่างสร้างสรรค์ระหว่างมิตรประเทศ
การโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติเป็นประเด็นที่ประเทศไทยให้ความสำคัญตลอดมา และยังคงให้ความสนใจในประเด็นดังกล่าวต่อไปภายใต้ความร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันประเทศไทยดูแลผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นจำนวนประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ คน ซึ่งในจำนวนนั้นมีผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติทางทะเลจากบังกลาเทศและเมียนมาจำนวน ๖๐๐ คน โดยรวมถึง ๓๐๐ คนที่ได้รับการช่วยเหลือแล้วจากปฏิบัติการล่าสุด โดยรัฐบาลไทยได้ดำเนินการสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศ ดังนี้
๑) ปฏิบัติภารกิจพิเศษเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วนสำหรับผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติที่ตกค้างอยู่กลางทะเล
๒) ส่งเรือของกองทัพเรือเพื่อเป็นฐานปฏิบัติการลอยน้ำ (Floating Platform) สำหรับการให้ความช่วยเหลือและการดูแลรักษาพยาบาลที่จำเป็นต่อผู้โยกย้ายถิ่นฐานระหว่างรอการเดินทางผ่านต่อไป
๓) จัดเครื่องบินของกองทัพเรือและกองทัพอากาศเพื่อบินลาดตระเวนเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางมนุษยธรรม
นอกจากนั้น รัฐบาลไทยจะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมกับ IOM และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง โดยศูนย์ปฏิบัติการดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักในการเอื้ออำนวยความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ในการประชุมช่วงเช้า นายนรชิต สิงหเสนี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานในการประชุม โดยผู้แทนจาก IOM และ UNHCR ได้นำเสนอภาพรวมของสถานการณ์การโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก หลังจากนั้นผู้แทนจากประเทศผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ไทย บังกลาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเมียนมาได้กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศและความพยายามในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ส่วนในภาคบ่าย เป็นการหารือเกี่ยวกับมาตรการที่ประเทศต่างๆ จะพิจารณาดำเนินการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ
[1] กระบวนการบาหลีมีสมาชิกทั้งสิ้น ๔๕ ประเทศ ส่วนประเทศที่ได้รับเชิญ ได้แก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ที่ได้รับเชิญทั้งหมด ๑๗ ประเทศ เข้าร่วม ได้แก่ อัฟกานิสถาน ออสเตรเลีย บังกลาเทศ กัมพูชา อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน ลาว มาเลเซีย เมียนมานิวซีแลนด์ ปากีสถาน ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา เวียดนาม และไทย
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.