เชฟไทยสร้างชื่อนำอาหารไทยคว้ารางวัลในการแข่งขันในงาน Spice Route Culinary Festival ที่อินเดีย
วันที่นำเข้าข้อมูล 28 ก.ย. 2559
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 พ.ย. 2565
| 961 view
เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๙ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน ได้นำเชฟไทยจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จำนวน ๒ คน ไปเข้าร่วมการแข่งขันในงาน Spice Route Culinary Festival ซึ่งจัดขึ้นที่ Bolgatty Palace and Island Resort ที่เมืองโกจี (Kochi) รัฐเกรละ (Kerala State) ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที ๒๒-๒๖ กันยายน ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ทีมตัวแทนประเทศไทย ได้รับรางวัลที่สาม โดยเชฟจากฝรั่งเศส และอียิปต์ ได้รางวัลชนะเลิศ และรางวัลที่สองตามลำดับ
สำหรับเชฟไทยที่เข้าไปร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ประกอบด้วยนายทรงพล วิธานพัฒนา หรือเชฟผัก และนายจารึก ศรีอรุณ หรือเชฟจึ๊ก ซึ่งทั้งคู่เป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยเมนูที่นำเสนอในการแข่งขันเป็นสุดยอดอาหารไทย เช่น ต้มยำกุ้ง ยำหัวปลี ผัดไท แกงมัสมั่นเนื้อ ขนมหม้อแกง และลูกชุบ เป็นต้น ที่นำมาสร้างสรรค์ใหม่โดยใช้เครื่องเทศจากรัฐเกรละ ของอินเดีย
การแข่งขันดังกล่าวใช้เวลารวม ๓ ชั่วโมง โดยเชฟที่เข้าร่วมการแข่งขันต้องทำอาหาร ๓ อย่าง ให้กรรมการได้ชิม โดยมีเงื่อนไขว่าต้องนำเสนออาหารประจำชาติของแต่ละประเทศ แต่ใช้วัตถุดิบในการปรุงอาหารจากรัฐเกรละไม่น้อยกว่า ๘๐% รวมทั้งจะต้องสร้างสรรค์เมนูขึ้นใหม่โดยใช้แรงบันดาลใจและวัตถุดิบเครื่องเทศของอินเดีย
การแข่งขันครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง UNESCO กับ Kerala Tourism โดยเน้นให้เชฟผู้เข้าแข่งขันจากทั้งหมดรวม ๑๕ ประเทศ ๑๗ ทีม ได้ศึกษาเรื่องราวจากเส้นทางสายเครื่องเทศ (Spice Route) ซึ่งเชื่อมโยงและร้อยเรียงเรื่องราวในประวัติศาสตร์การค้าขายและขนส่งเครื่องเทศระกว่างเมืองโกจี รัฐเกรละ ซึ่งตั้งอยู่ติดชายฝั่งเทเลอาหรับ กับประเทศต่างๆ กว่า ๓๐ ประเทศ มานานกว่า ๒,๐๐๐ ปี
เชฟไทยเปิดเผยความรู้สึกหลังได้รับรางวัลจากการแข่งขันว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัล สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย โดยการแข่งขันครั้งนี้ได้เตรียมตัวมาอย่างดี พร้อมเผยเตรียมตัวไปแข่งขันโอลิมปิกต่อที่ประเทศเยอรมนี
"ก่อนที่จะเดินทางมาแข่งขัน เราทั้งคู่ได้เตรียมตัวมาพอสมควร โดยได้ศึกษาและคัดเลือกเมนู วัตถุดิบและเครื่องเทศสำหรับปรุงอาหารเพื่อตอบโจทย์ที่ได้คือ การสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยใหม่โดยผสมผสานวัตถุดิบและเครื่องเทศจากรัฐเกรละ ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับการแข่งขัน ว่าจะทำอย่างไรที่จะผสมผสานให้ได้รสชาติที่ลงตัว และไม่สญเสียกลิ่นและรสอาหารไทย การได้รับรางวัลในครั้งนี้ รู้สึกดีใจ โดยภายหลังการแข่งขัน ตนเองแอบลุ้นว่าน่าจะมีโอกาสได้รับรางวัลใดรางวัลหนึ่ง แม้ทีมผู้เข้าแข่งขันจากประเทศอื่นๆ จะสามารถนำเสนอเมนูอาหารและการจัดแสดงที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน" เชฟทรงพลกล่าว
ขณะที่เชฟจารึกกล่าวเพิ่มเติมว่า "อาหารไทยที่่นำมาเสนอในการแข่งขันครั้งนี้ แม้จะนำเสนอเพียง ๓ ประเภท คือ อาหารว่าง อาหารหลัก และอาหารหวาน แต่เราได้จัดเตรียมปรุงอาหารรวมถึง ๑๗ องค์ประกอบ ซึ่งถือเป็นงานที่หนัก แต่เราก็ได้พยายามทำกันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ก่อนการแข่งขัน ระหว่างการเดินทางไปซื้อวัตถุดิบในตลาดสดในเมิองโกจี หากเราพบว่า เครื่องเทศใดมีความน่าสนใจ เราก็ได้เลือกที่จะนำมาทดลองปรุงอาหารในการแข่งขันแม้จะมิได้ตั้งใจที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบของอาหารแต่แรก ทั้งนี้ การเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมตัวของเราทั้งคู่ที่จะเข้าร่วมการแข้งขันโอลิมปิกด้านอาหาร ซึ่งถือเป็นรายการใหญ่ที่จะจัดขึ้นที่เมือง Erfurt ประเทศเยอรมนีในเดือนตุลาคมนี้ต่อไป"
นางสาวพรพิมล สุคันธวณิช รองกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน ซึ่งนำทีมเชฟไทยเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ให้ความเห็นว่า การเข้ามาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างเสริมมิตรภาพระหว่างเชฟตัวแทนจากประเทศต่างๆ และเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างกัน นอกจากนี้ การที่เชฟไทยได้รับรางวัลในครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั่วประเทศ ว่าเชฟไทยมีความสามารถ และอาหารไทยมีความเป็นสากล ไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่และสถานเอกอัครราชทูตไทยในอินเดียจะร่วมงานกับ UNESCO และ Kerala Tourism อย่างใกล้ชิดต่อไป และขอถือโอกาสขอบคุณเชฟไทยทั้งสองท่าน มหาวิทยาลัยสวนดุสิตและบริษัท การบินไทย จำกัด สำนักงานเมืองเจนไนและเมืองบังคาลอร์ที่ได้ให้การสนับสนุนการเข้าร่วมงานดังกล่าวของทีมเชฟไทยเป็นอย่างดี
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบTOP
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
Ministry of Foreign Affairs
443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
เบอร์ติดต่อ : 0-2203-5000
โทรสาร : 02-643-5018
Copyright © 2012-2014 Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.