เฉิงตู–ฉงชิ่ง ดาวรุ่ง MICE จีนตะวันตก เปิดประตูโอกาสใหม่เชื่อมธุรกิจไทย–จีน
วันที่นำเข้าข้อมูล 2 ก.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 ก.ย. 2569
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 นางสาวศุภานิช เฑียรสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการจัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.) พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะนางสาวณัฐฐ์สิริ นิ่มยี่สุ่น รองกงสุลใหญ่ รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู พร้อมด้วยนายวัชรกฤต แย้มโอฐ รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครเฉิงตู เข้าร่วมการหารือ ในโอกาสเดินทางมาจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาด MICE ไทยในนครเฉิงตู โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางตลาด MICE จีน ศักยภาพของมณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่ง ตลอดจนโอกาสต่อยอดความร่วมมือด้านการประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การจัดประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้าระหว่างไทยกับจีนตะวันตก
ในระหว่างการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับศักยภาพของตลาด MICE จีน ซึ่งมีความหลากหลายและแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยการขยายตลาด MICE ไทยในระยะต่อไปมีโอกาสเติบโตนอกเหนือจากมหานครหลักอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว โดยเฉพาะ “นครเฉิงตู–นครฉงชิ่ง” ซึ่งกำลังทวีบทบาทในฐานะขั้วเศรษฐกิจสำคัญของจีนตอนในและตะวันตก และได้รับการผลักดันภายใต้ยุทธศาสตร์ Chengdu–Chongqing Economic Circle ให้พัฒนาเชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนกัน โดยในปี 2568 เขตเศรษฐกิจดังกล่าวมี GDP รวม 9.05 ล้านล้านหยวน และขยายตัวร้อยละ 5.6
ทั้งสองเมืองมีจุดแข็งที่แตกต่างและสามารถเสริมกันได้ โดย นครเฉิงตู โดดเด่นด้านนวัตกรรม ภาคบริการ การบริโภค และคุณภาพชีวิต ขณะที่ นครฉงชิ่ง เป็นฐานสำคัญด้านอุตสาหกรรมการผลิต อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และโลจิสติกส์ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของบริษัท Fortune Global 500 จำนวนมาก ซึ่งฐานเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมดังกล่าวช่วยสร้างความต้องการด้านการประชุมองค์กร การสัมมนา และการเดินทางเพื่อธุรกิจ และเป็นโอกาสในการขยายตลาด MICE ของไทยไปยังกลุ่มบริษัทและอุตสาหกรรมใหม่
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นถึงศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานและความเชื่อมโยงที่เอื้อต่อ MICE โดยเฉิงตูมีศูนย์การประชุมนานาชาติเทียนฝู่ซึ่งรองรับการประชุมขนาดใหญ่ รวมถึงมีสนามบินนานาชาติ 2 แห่ง ขณะที่ฉงชิ่งมีเครือข่ายการบินระหว่างประเทศที่ครอบคลุม ควบคู่กับจุดแข็งด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร และไลฟ์สไตล์ของทั้งสองเมือง ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นโปรแกรม Incentive Travel ที่ผสานการเดินทางเพื่อธุรกิจกับประสบการณ์ท้องถิ่นได้หลากหลาย
ฝ่าย สสปน. ให้ข้อมูลว่า การทำตลาด MICE ในจีนจำเป็นต้องคำนึงถึงโครงสร้างเศรษฐกิจ นโยบาย และลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของภาคองค์กร นอกจากการรักษาฐานตลาดเดิมแล้ว สสปน. จึงให้ความสำคัญกับการขยายไปยังเมืองและคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ รวมถึงการสร้างเครือข่ายกับผู้จัดงาน MICE Agent และภาคธุรกิจในพื้นที่ เพื่อเพิ่มโอกาสนำกลุ่มประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลจากจีนมายังประเทศไทย
ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการต่อยอด MICE ให้เชื่อมโยงกับ การค้า การลงทุน และการจับคู่ธุรกิจ โดยอาศัยความได้เปรียบด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ของจีนตะวันตก รวมถึง New International Land–Sea Trade Corridor (ILSTC) และเส้นทางรถไฟจีน–ลาว–ไทย ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างเฉิงตู–ฉงชิ่งกับไทยและอาเซียน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะให้ผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญกับกฎระเบียบและการขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนจัดกิจกรรมในจีน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น
นครเฉิงตูและนครฉงชิ่งจึงเป็นตลาด MICE ที่น่าจับตาสำหรับไทยในจีนตะวันตก ทั้งจากฐานธุรกิจและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ความพร้อมด้านการประชุมและการเดินทาง ตลอดจนศักยภาพในการเชื่อมกิจกรรม MICE เข้ากับการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจไทย–จีนในระยะต่อไป
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบMinistry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.