แถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)
วันที่นำเข้าข้อมูล 6 ส.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 6 ส.ค. 2569
(คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)
แถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยกับ
ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
* * * * * * * * * * *
1. นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้เดินทางเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2569 ตามคำเชิญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยในระหว่างการเยือนครั้งนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือทวิภาคีในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร
2. ผู้นำทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่งต่อมิตรภาพ ความร่วมมือ และความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีระหว่างไทยกับเมียนมา ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสานต่อและเสริมสร้างความร่วมมือในทุกสาขาที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันและความก้าวหน้าของทั้งสองประเทศและภูมิภาค
3. ผู้นำทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำความสำคัญของการเสริมสร้างและกระชับความร่วมมือในสาขาสำคัญ ดังนี้
3.1 ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง
3.1.1 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและการหารือระหว่างกันในทุกระดับ เพื่อกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นในทุกมิติ รวมถึงเห็นพ้องที่จะจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-เมียนมา (JC) โดยเร็ว และสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลไกการปรึกษาหารือ การสนับสนุนการฝึกอบรมแก่นักการทูตเมียนมา ทั้งในระดับแรกเข้าและระดับกลาง รวมถึงโครงการแลกเปลี่ยนนักการทูตระหว่างกัน ตลอดจนความร่วมมือที่ใกล้ชิดขึ้นระหว่างสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการของไทยและสถาบันการทูตเมียนมา
3.1.2 ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็งและใกล้ชิดระหว่างทั้งสองประเทศในด้านกลาโหมและความมั่นคง และรับทราบด้วยความพึงพอใจต่อความสำเร็จและความคืบหน้าของกลไกความร่วมมือทวิภาคีที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ครั้งที่ 38 ณ เมืองเชียงตุง ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2569 และยินดีต่อกำหนดการจัดการประชุมคณะกรรมการระดับสูง (HLC) ครั้งที่ 9 ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569
3.1.3 ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อข้อเสนอในการจัดตั้งกลไกหารือด้านความมั่นคงระหว่างเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทยกับที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติเมียนมา เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับยุทธศาสตร์ระหว่างกัน
3.1.4 ทั้งสองฝ่ายแสดงความมุ่งมั่นที่จะธำรงไว้ซึ่งพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมาที่มีสันติภาพและเสถียรภาพ เพื่อประโยชน์ต่อความปลอดภัย ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทั้งสองฝั่ง
3.1.5 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงทางออนไลน์และปัญหายาเสพติด ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการดำเนินการร่วมกันเพื่อปราบปรามการฉ้อโกงทางออนไลน์ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ตลอดจนตัดวงจรและสกัดกั้นเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะต่อยอดความร่วมมือที่มีอยู่ระหว่างหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะผ่านโครงการเสริมสร้างศักยภาพ ฝ่ายไทยได้ยืนยันการสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มเอ็กมอนต์ (Egmont Group) ของเมียนมา เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข่าวกรองทางการเงิน ผู้นำทั้งสองยังได้ยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเสริมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด
3.1.6 ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนให้มีความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างรัฐสภาของไทยและรัฐสภาของเมียนมา
3.2 ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
3.2.1 ทั้งสองฝ่ายย้ำความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการค้าทวิภาคี เพื่อบรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้าทวิภาคี จำนวน 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทั้งสองฝ่ายยินดีต่อกำหนดการจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า (JTC) ครั้งที่ 8 ที่ประเทศไทยภายในปี 2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับการลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้การค้าระหว่างกันดำเนินไปได้โดยสะดวก ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาแนวทางในการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนข้ามพรมแดนที่ถูกต้องตามกฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3.2.2 ผู้นำทั้งสองยินดีต่อการเปิดจุดผ่านแดนถาวร ณ สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่สอง (เมียวดี–แม่สอด) อีกครั้ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการค้าชายแดนระหว่างสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางในการอำนวยความสะดวกและเร่งรัดการค้าข้ามพรมแดนผ่านจุดผ่านแดนดังกล่าว เพื่อส่งเสริมการค้าและการเชื่อมโยงระหว่างไทยกับเมียนมา นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติม โดยขึ้นอยู่กับความเห็นชอบร่วมกันและสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนและความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศให้มากยิ่งขึ้น
3.2.3 ผู้นำทั้งสองยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายการคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดตั้งคณะทำงานร่วมว่าด้วยการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับเมียนมา เพื่อทำหน้าที่ประสานการจัดทำแผนแม่บทด้านความเชื่อมโยงแบบหลายรูปแบบการขนส่ง (multimodal connectivity) ครอบคลุมการคมนาคมทางถนน ทางทะเล ท่าเรือ และการเชื่อมโยงข้ามพรมแดน รวมทั้งส่งเสริมการประสานนโยบาย ขั้นตอน และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกันในกรณีที่เหมาะสม และเป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นว่า ประเด็นความร่วมมือที่อาจมีการหารือในอนาคต ได้แก่ การพัฒนาความเชื่อมโยงทางทะเลระหว่างท่าเรือระนองกับท่าเรือที่เหมาะสมในเมียนมา การส่งเสริมการขนส่งสินค้าชายฝั่งที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเส้นทางคมนาคมบ้านพุน้ำร้อน–ทิกิ–ทวาย การผลักดันโครงการถนนสามฝ่ายอินเดีย–เมียนมา–ไทย การอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งข้ามพรมแดน ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและศูนย์โลจิสติกส์ที่เหมาะสมบริเวณชายแดน ภายใต้ความเห็นชอบร่วมกัน ผลการศึกษาความเป็นไปได้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมายและระเบียบของแต่ละประเทศ ผู้นำทั้งสองเห็นว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้า ยกระดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ อำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับเมียนมาและภูมิภาคโดยรวม ทั้งสองฝ่ายยังยินดีต่อบทบาทของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ในการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเมียนมา
3.2.4 ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของความมั่นคงทางพลังงาน และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในภาคพลังงาน โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งทรัพยากรก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งสองประเทศจะมีแหล่งพลังงานที่มั่นคงและพึ่งพาได้ อันจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ และเห็นพ้องที่จะรักษาความต่อเนื่องของโครงการที่มีอยู่ และอำนวยความสะดวกในกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการในอนาคต เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของทั้งสองประเทศ
3.2.5 ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานฉบับใหม่และความตกลงว่าด้วยการจ้างงานฉบับใหม่ระหว่างสองประเทศ
3.2.6 ผู้นำทั้งสองยินดีต่อการจัดงานสัมมนาทางธุรกิจระหว่างไทย-เมียนมา (Thailand-Myanmar Business Forum) ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการส่งเสริมความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างองค์กรภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย อาทิ สหพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สภาธุรกิจไทย–เมียนมา สมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือโดยตรงระหว่างหอการค้าจังหวัดในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ
3.3 ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม
3.3.1 ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นในการกระชับความร่วมมือในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบข้ามพรมแดน รวมทั้งปัญหาหมอกควันข้ามแดน การเผาในที่โล่ง และมลพิษทางน้ำ
3.3.2 ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความร่วมมือที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในการป้องกันปัญหาไฟป่า ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังไฟป่า และโครงการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเน้นย้ำความสำคัญของการประสานงานอย่างใกล้ชิด การแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และการเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากร ทั้งภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส และในระดับทวิภาคี เพื่อส่งเสริมการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิผลและยั่งยืน
3.3.3 ผู้นำทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการลงนามในเอกสารขอบเขตหน้าที่ของคณะทำงานร่วมด้านการบริหารจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำชายแดนและแม่น้ำพรมแดนระหว่างไทยกับเมียนมา และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในด้านการบริหารจัดการคุณภาพน้ำ รวมทั้งจัดการประชุมคณะทำงานร่วมดังกล่าวโดยเร็ว ในช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน
3.4 ความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม
3.4.1 ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยกับเมียนมา ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ปี 2560 และเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ การเสริมสร้างขีดความสามารถ การส่งเสริมการท่องเที่ยว มาตรการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
3.4.2 ทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังต่อการให้ความเห็นชอบโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระยะสามปีระหว่างไทยกับเมียนมา (ค.ศ. 2026–2028) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการเสริมสร้างขีดความสามารถ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในด้านสาธารณสุข การศึกษา การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย การเกษตร และสิ่งแวดล้อม
3.4.3 ทั้งสองฝ่ายยังยินดีต่อการที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะเปิดให้บริการเที่ยวบินเพิ่มเติมในเส้นทางกรุงเทพฯ–ย่างกุ้ง ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน และส่งเสริมการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างทั้งสองประเทศ
3.4.4 ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และองค์กรอวกาศเมียนมา (Myanmar Space Agency: MSA) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการสำรวจโลกและการนำไปประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะในการจัดการภัยพิบัติ การเกษตร และสิ่งแวดล้อม
4. ความร่วมมือในระดับภูมิภาค
4.1 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันและกันในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคต่าง ๆ รวมทั้งอาเซียน BIMSTEC ACMECS และกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนาที่ยั่งยืน และความมั่งคั่งร่วมกันของภูมิภาค
4.2 ฝ่ายไทยยืนยันการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการดำรงตำแหน่งประธาน ACMECS ของเมียนมา และมุ่งหวังต่อความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอด ACMECS ครั้งที่ 11
4.3 ฝ่ายไทยยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและทำงานร่วมกับเมียนมาอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมการเข้าร่วมของเมียนมาในกลไกและกระบวนการต่าง ๆ ของอาเซียนให้เป็นไปอย่างเต็มที่และเท่าเทียม ตามกฎบัตรอาเซียน หลักการ และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายเมียนมาแสดงความขอบคุณต่อบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยในการอำนวยความสะดวกให้ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียนกลับมาเป็นปกติ
5. ประเด็นอื่น ๆ ฝ่ายไทยยินดีต่อความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเมียนมาในการขับเคลื่อนการเจรจาสันติภาพ เพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนผ่านกระบวนการที่เมียนมาเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำ (Myanmar-owned and Myanmar-led process) ทั้งนี้ การสนับสนุนของไทยในเรื่องดังกล่าว โดยมีการหารืออย่างใกล้ชิดกับเมียนมา ได้รับการตอบรับด้วยความยินดี
6. การเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในครั้งนี้ เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนานและความเป็นหุ้นส่วนอันใกล้ชิดระหว่างไทยกับเมียนมา ตลอดจนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสองประเทศในการส่งเสริมความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะรักษาการมีปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดในทุกระดับต่อไป
7. ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่มอบให้แก่ท่านและคณะตลอดการเยือนอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้เชิญนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการในโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายเห็นสมควรร่วมกัน
* * * * * * * * * * *
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบMinistry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.