สรุปการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 17 มีนาคม 2569

สรุปการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 17 มีนาคม 2569

วันที่นำเข้าข้อมูล 17 มี.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 17 มี.ค. 2569

| 29 view

สรุปการแถลงข่าว
ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
 วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

 

  1. พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
  • สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีทางอากาศระหว่างกันในหลายประเทศ ขณะที่กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากที่มุ่งเป้าไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญ อาทิ แหล่งน้ำมันและสนามบินได้

  • ปัจจุบัน เรือน้ำมันจำนวนมากยังคงติดค้างบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก

  • หลายประเทศแสดงความห่วงกังวลและประณามอิสราเอลที่ส่งกองกำลังเข้าไปโจมตีเลบานอน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก ขณะที่หลายประเทศปฏิเสธการร่วมกองกำลังเรือรบเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามคำขอของสหรัฐฯ

  • เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และคอยติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางติดต่อทางการของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

  • ตามผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งจัดขึ้นตามข้อเสนอของไทยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 มีประเด็นที่ต้องติดตามซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน คือ การใช้กลไกอาเซียนในการรับมือกับผลกระทบของสถานการณ์ เช่น ห่วงโซ่อุปทาน ราคาสินค้า และราคาพลังงาน

  • ในระยะสั้น รัฐมนตรีฯ ได้เสนอให้อาเซียนใช้กลไกที่มีอยู่ เช่น ความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม (ASEAN Petroleum Security Agreement) เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนพลังงาน และในระยะยาว รัฐมนตรีฯ ได้เสนอให้อาเซียนต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือก รวมทั้งอาศัยโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เพื่อเพิ่มพูนความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงของพลังงานในภูมิภาค

  • นอกจากความร่วมมือด้านพลังงาน ที่ประชุมเห็นพ้องจะยกระดับความร่วมมือด้านการค้า การเงิน และการขนส่ง โดยเสริมสร้างความเชื่อมโยง ลดอุปสรรคทางการค้า ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของอาเซียน ท่ามกลางผลกระทบจากวิกฤติจากภายนอก โดยภายหลังการประชุม ฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ได้ออกประกาศแถลงการณ์ของประธานอาเซียนว่าด้วยผลลัพธ์ของการประชุมฯ ย้ำถึงความรุนแรงของสถานการณ์ ตอกย้ำท่าทีอาเซียนที่ต้องการให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจาและใช้วิธีการทางการทูตเพื่อยุติความรุนแรง

  • แถลงการณ์ข้างต้นยังได้ชี้ถึงผลกระทบของสถานการณ์ในมิติด้านเศรษฐกิจ พร้อมย้ำความสำคัญของการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกอาเซียนในการรับมือกับผลกระทบดังกล่าวด้วย

 

  1. ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่

  • เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีฯ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบาห์เรน และ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยรัฐมนตรีฯ ได้ขอบคุณสำหรับการดูแลคนไทยที่พำนักอยู่ในทั้งสองประเทศและการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่เดินทางกลับประเทศไทย และได้ขอบคุณสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ลูกเรือ “มยุรีนารี” จำนวน 20 คน เดินทางผ่านไปยังโอมานเพื่อกลับประเทศไทย ทั้งยังแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาคและหวังว่าสถานการณ์จะได้รับการแก้ไขโดยสันติวิธี ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนความพยายามทางการทูตของทุกประเทศในการฟื้นฟูสันติภาพโดยเร็ว

  • สำหรับกรณีอิหร่าน เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชูทต ณ กรุงเตหะราน ซึ่งได้ย้ายที่ทำการชั่วคราวมาที่เมืองวาน ตุรกี ยังคงดูแลช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน และในชั้นนี้ มีกำหนดการอพยพเพิ่มเติมจำนวน 2 รอบ คือ ในวันที่ 17 และ 25 มีนาคม 2569 ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ประสานงานในพื้นที่และบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ชายแดนตุรกี เพื่อให้คนไทยในอิหร่านสามารถเดินทางทางบก เพื่อไปขึ้นเครื่องบินจากตุรกีกลับไทยได้ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ อาจจัดรอบอพยพเพิ่มเติมตามความจำเป็นและความเหมาะสมของสถานการณ์

  • ขอให้ชาวไทยในอิหร่านติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับแจ้งลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตฯ โดยเร็วที่สุดครับ

  • ในภาพรวม สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่เดินหน้าอำนวยความสะดวก ดูแล ให้คำแนะนำ และประสานงานกับสายการบินพร้อมมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับไทยในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้ รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่ปิดน่านฟ้า เพื่อขออนุญาตเดินทางผ่านแดนทางบกไปยังประเทศข้างเคียงหรือประเทศที่สาม เพื่อให้คนไทยเดินทางกลับไทยอย่างปลอดภัย

  • ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือประเทศที่สาม รวม 1,116 คน

  • รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัยครับ