สรุปการแถลงข่าว
ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
1. พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงขยายตัวต่อเนื่อง มีการแลกเปลี่ยนการโจมตีทางอากาศระหว่างกันในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล และอิรัก ขณะที่อิหร่านยังคงโจมตีทางอากาศไปยังอิรัก จอร์แดน และกลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council: GCC) ซึ่งมีซาอุดีอาระเบีย ยูเออี คูเวต กาตาร์ โอมาน และบาห์เรน โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือ สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
- สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารทั่วอิหร่าน ซึ่งรวมถึงจุดส่งออกน้ำมันดิบสำคัญของอิหร่านบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ด้วย และมีรายงานว่า อิสราเอลโจมตีบริเวณใกล้พื้นที่ชุมนุมในกรุงเตหะราน
- เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และคอยติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางติดต่อทางการของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
2. ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่
- เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (16 มีนาคม 2569) ลูกเรือบรรทุกสินค้าไทยมยุรีนารี 20 คน เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว โดยมีผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ได้แก่ รองอธิบดีกรมการกงสุล และรองอธิบดีกรมสารนิเทศ และผู้แทนกระทรวงแรงงาน ได้แก่ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และรองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งลูกเรือทั้งหมดมีขวัญกำลังใจดี
- การประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ และความร่วมมือจากทางการโอมานและยูเออีเป็นอย่างดี โดยลูกเรือทั้ง 20 คนต้องใช้เวลาเดินทางจากเมือง Khasab มากรุงมัสกัตกว่า 10 ชั่วโมง ก่อนที่จะบินกลับประเทศไทย
- ในส่วนของการเร่งค้นหาและช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน เมื่อวานนี้ (15 มีนาคม 2569) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โดยรัฐมนตรีฯ ขอให้ฝ่ายอิหร่านสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนที่ยังติดค้างอยู่บนเรือมยุรีนารี และหารือเกี่ยวกับ
การอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำท่าทีไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต เพื่อให้สถานการณ์จบลงด้วยสันติวิธีโดยเร็วที่สุด
- กระทรวงการต่างประเทศขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพเรือ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต เดินหน้าประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าของปฏิบัติการค้นหาและเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือในทันที
- อิหร่าน แม้ว่า สถานเอกอัครราชูทต ณ กรุงเตหะรานได้มาตั้งที่ทำการชั่วคราวที่เมืองวาน ตุรกี แต่ยังคงดูแลช่วยเหลือคนไทยในอิหร่านพร้อมประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้ประกาศแนวทางและความพร้อมในการอพยพคนไทยออกจากอิหร่านหากมีความประสงค์โดยกำหนดการอพยพเพิ่มเติมจำนวน 2 รอบ คือ
วันที่ 17 และวันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยขอให้ผู้ประสงค์เดินทางแจ้งลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตฯ โดยเร็วที่สุด
- ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ อาจจัดการรอบอพยพเพิ่มเติมตามความจำเป็นและความเหมาะสมของสถานการณ์
- ในภาพรวม สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่เดินหน้าอำนวยความสะดวก ดูแล ให้คำแนะนำ และประสานงานกับสายการบินพร้อมมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับไทยในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้ รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่ปิดน่านฟ้า เพื่อขออนุญาตเดินทางผ่านแดนทางบกไปยังประเทศข้างเคียงหรือประเทศที่สาม เพื่อให้คนไทยเดินทางกลับไทยอย่างปลอดภัย
- ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเดินทางกลับไทยแล้ว รวม 952 คน
- รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย