สรุปการแถลงข่าว ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 9 มีนาคม 2569

สรุปการแถลงข่าว ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 9 มีนาคม 2569

วันที่นำเข้าข้อมูล 9 มี.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 9 มี.ค. 2569

| 50 view

สรุปการแถลงข่าว
ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 17.35 น.
ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

 

  1. พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
  • สถานการณ์โดยรวมในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรงโดยมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล บาห์เรน คูเวต และเลบานอน และยังไม่มีท่าทีว่าสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านจะกลับเข้าสู่การเจรจา จึงยังคงต้องจับตาดูการโจมตีในพื้นที่สำคัญโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคต่อไป
  • เมื่อค่ำวันที่ 8 มีนาคม 2569 สภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน (Assembly of Experts) ได้เลือกนายโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอายาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน
  • ตามที่สายการบิน Qatar Airways เริ่มให้บริการเส้นทางการบินฉุกเฉิน เพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารที่ตกค้างบางส่วนแล้วนั้น เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ได้มีการทำการบินเส้นทางกรุงเทพฯ - กรุงโดฮา เป็นครั้งแรก เพื่อนำผู้โดยสารที่ตกค้างที่กรุงเทพฯ กลับมายังกรุงโดฮาแล้ว และยังคงต้องติดตามความเป็นไปได้สำหรับเส้นทางกรุงโดฮา - กรุงเทพฯ เพื่อนำผู้โดยสารตกค้างกลับมายังประเทศไทยในโอกาสแรก
  • ยังคงไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

 

  1. ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่
  • อิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานและเมืองกุมรวม 29 คน ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้การต้อนรับที่สนามบินสนามบินสุวรรณภูมิ และในวันที่ 10 มีนาคม 2569 จะมีคนไทยที่เดินทางออกจากอิหร่านพร้อมกันกับคณะนี้ เดินทางถึงกรุงเทพฯ เพิ่มเติมอีก 23 คน
  • นอกจากนี้ จะมีคนไทยในอิหร่านกลุ่มถัดไปที่จะเดินทางออกจากอิหร่านไปยังตุรกี ที่กรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เดินทางกลับประเทศไทยได้ต่อไป
  • ในส่วนของประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวก ดูแล ให้คำแนะนำ และมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศ โดยประสานงานกับสายการบินในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้ (อาทิ ยูเออี และจอร์แดน) รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่เรื่องการอนุญาตเดินทางผ่านแดน (อาทิ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และอิรัก) เพื่อให้คนไทยสามารถเดินทางไปยังประเทศข้างเคียง (อาทิ ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และตุรกี) เพื่อเดินทางออกกลับไทย หรือไปยังประเทศที่ 3 ทางอากาศต่อได้
  • โดยรวม ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ติดค้างที่ได้รับความช่วยเหลือจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางให้เดินทางกลับประเทศไทยรวมแล้ว 322 คน
  • รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย

 

  • กระทรวงการต่างประเทศขอความร่วมมือคนไทยอีกครั้งให้หลีกเลี่ยงการประท้วงชุมนุมในสถานที่เสี่ยงในประเทศที่มีความขัดแย้ง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
  • กระทรวงฯ เคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกของทุกภาคส่วน แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไทยที่ยังตกค้างอยู่เป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลรวมถึงกระทรวงฯ ให้ความสำคัญสูงสุด