สรุปการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 30 มีนาคม 2569

สรุปการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 30 มีนาคม 2569

วันที่นำเข้าข้อมูล 30 มี.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 มี.ค. 2569

| 19 view

สรุปการแถลงข่าว
ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่
30 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

 

  1. พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
  • สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความตึงเครียดสูงขึ้น หลังจากอิหร่านประกาศห้ามเรือที่มีความเกี่ยวข้องกับบางประเทศเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมการสู้รบ ซึ่งจะส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลแดง โดยเฉพาะช่องแคบ “บับ เอล-มันเดบ” ทั้งนี้ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) อยู่ระหว่างติดตามผลกระทบโดยตรงต่อการเดินเรือพาณิชย์และการขนส่งสินค้าเป็นการเฉพาะ
  • เมื่อวันที่ 29 มีนาคม กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อิหร่านแถลงว่า จะโจมตีนอกเหนือเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคอ่าว และเตือนให้บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนนักศึกษา รวมถึงประชาชนในบริเวณโดยรอบให้อยู่ห่างจากสถานศึกษาสังกัดสหรัฐฯ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อตอบโต้การโจมตีมหาวิทยาลัยในกรุงเตหะรานโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569

 

  1. ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทย ผลประโยชน์ของไทยในพื้นที่ และการดำเนินการด้านอื่น ๆ
  • ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ว่า กระทรวงการต่างประเทศสามารถเจรจาให้เรือพาณิชย์ไทยบางลำเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย โดยที่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงต้องยกระดับการรักษาช่องทางการสื่อสารกับนานาประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น พร้อมเร่งเจรจากับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องคนไทยและผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
  • เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ประชุม ศบก. เห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลืออย่างบูรณาการให้เรือพาณิชย์ของไทยที่ยังตกค้างในช่องแคบฮอร์มุซสามารถเดินทางออกจากช่องแคบฯ ได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะเร่งดำเนินการในโอกาสแรกต่อไป
  • ในช่วงที่น่านฟ้าอิสราเอลยังปิดอยู่และเที่ยวบินพิเศษของอิสราเอลมีจำนวนจำกัด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศรอบข้าง โดยเฉพาะในจอร์แดน เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยในอิสราเอลสามารถเดินทางทางอากาศกลับประเทศไทยได้
  • ภายหลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โจมตีกองกำลังบำรุงของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ใกล้ท่าเรือ Salalah ในโอมาน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและไม่พบว่า มีคนไทยได้รับบาดเจ็บ ทั้งยังแจ้งเตือนให้คนไทยในเยเมนเพิ่มความระมัดระวังต่อสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย
  • นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,532 คน
  • กระทรวงการต่างประเทศขอย้ำให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่