สรุปการแถลงข่าว
ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
- พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรง โดยคู่ขัดแย้งหลัก รวมถึงกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ยังคงโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ซึ่งอยู่ในช่วงการเฉลิมฉลองวันอีฎิ้ลฟิตรีของชาวมุสลิม และช่วงวันปีใหม่เปอร์เซีย
- นอกจากการมุ่งเป้าฐานปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในประเทศต่าง ๆ แล้ว ยังคงมีการขยายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายประเทศของภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของโลกมากขึ้น
- ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า เรือต่างชาติสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หากมีการแจ้งและตกลงเงื่อนไขร่วมกันล่วงหน้ากับอิหร่าน และล่าสุด มีการเรียกร้องโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง
- นอกจากนี้ มีการออกแถลงการณ์ร่วมจาก 22 ประเทศ อาทิ ยูเออี บาห์เรน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส แคนาดา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ร่วมผลักดันให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย
- ในกรณีพลังงาน สหรัฐฯ ได้ออกหนังสืออนุญาตระยะสั้นเพื่ออนุญาตให้มีการขายน้ำมันของอิหร่านซึ่งตกค้างอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมัน และจะทำให้น้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรล เข้าสู่ตลาดโลกอย่างรวดเร็ว เพื่อบรรเทาการขาดแคลนน้ำมัน
- เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำอีกครั้งให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่ของท่าน
- ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่
- กรณีแรงงานไทยในอิสราเอล 1 คนที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงออกประกาศย้ำเตือนให้คนไทยที่อยู่ในอิสราเอลให้เพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยจากทางการอย่างเคร่งครัด
- สำหรับอิหร่านและตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างการประสานการอพยพแรงงานไทยอีก 4 คน และนักศึกษาอีก 7 คน รวมทั้งสิ้น 11 คน เดินทางทางบกข้ามไปตุรกีเพื่อเดินทางกลับไทยต่อไป
- สำหรับผู้ที่ยังอยุู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ขอให้ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการเพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด
- ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,475 คน
- รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย