สรุปการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 29 มีนาคม 2569

สรุปการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 29 มีนาคม 2569

วันที่นำเข้าข้อมูล 29 มี.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 มี.ค. 2569

| 38 view

สรุปการแถลงข่าว

ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

วันที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

 

  1. พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
  • สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรงและอาจขยายวงกว้างขึ้นจากกรณีกลุ่มฮูษีในเยเมนเริ่มโจมตีอิสราเอล ขณะที่การโจมตีตอบโต้ ระหว่างคู่ขัดแย้งหลักและการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยังดำเนินต่อไปรวมถึงโรงงานเหล็กขนาดใหญ่ของอิหร่านต้องหยุดการผลิด หลังถูกโจมตีจากอิสราเอล
  • มีรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศห้ามการขนส่งสินค้าเข้าและออกจากท่าเรือของพันธมิตรสหรัฐฯ - อิสราเอล และย้ำการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
  • ชาติมุสลิม ประกอบด้วยปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ จะประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน ในวันที่ 29–30 มีนาคม 2569 เพื่อหาทางลดความตึงเครียดในภูมิภาค
  • ในกรณีการเดินเรือขนส่งของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงเพิ่มเติมในกิจกรรม Meet the Press เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานกับฝ่ายอิหร่านอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้เรือพาณิชย์ของไทยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยต่อไป โดยมีเรือที่สามารถเดินเรือออกมาสำเร็จแล้วบางส่วน แต่ยังคงต้องพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยเหลือเรือลำอื่น ๆ ที่ยังตกค้างอยู่
  • ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมทั้งผู้แทนพิเศษประจำตะวันออกกลางของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีสัญญาณเชิงบวกและมีความเป็นไปได้ที่จะพบกับฝ่ายอิหร่านภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ใกล้บรรลุเป้าหมายและอาจยุติปฏิบัติการได้ภายใน “ไม่กี่สัปดาห์” แต่ไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการจากฝ่ายอิหร่าน
  • ในภาพรวม สถานการณ์ยังมีความเปราะบาง ความคืบหน้าของการเจรจามีความไม่แน่นอนและอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ได้ตลอดเวลา
  • กระทรวงการต่างประเทศขอย้ำให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่
  1. ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่และการดำเนินการด้านอื่น ๆ
  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ขอให้เร่งช่วยเหลือลูกเรือ 3 คน บนเรือบรรทุกสินค้า “มยุรีนารี” โดยกระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งความคืบหน้าทันทีที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติม
  • กาตาร์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ โดยได้ขอบคุณกาตาร์สำหรับการดูแลคนไทยและการอำนวยความสะดวกให้คนไทยเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย โดยฝ่ายกาตาร์ย้ำการให้ความช่วยเหลือและดูแลคนไทยในกาตาร์ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ พร้อมแสดงจุดยืนที่หวังให้สถานการณ์สิ้นสุดโดยเร็วผ่านการดำเนินการทางการทูต
  • สำหรับอิหร่าน คนไทยอีกชุดหนึ่งจำนวน 8 คน ที่ออกจากอิหร่าน ผ่านตุรกี เดินทางถึงไทยแล้วเมื่อช่วงเช้าเมื่อวาน (28 มีนาคม 2569)
  • อิสราเอล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังขอย้ำแจ้งเตือนการแอบอ้างของมิจฉาชีพเป็นเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หลอกให้โอนเงินค่าดำเนินการพากลับประเทศไทย และขอย้ำว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินค่าธรรมเนียมในการเดินทางกลับประเทศ
  • ทางการอิสราเอลได้ประกาศปิดน่านฟ้าจนถึงวันที่ 16 เมษายน 2569 โดยทุกสายการบินต่างชาติระงับการให้บริการและมีเฉพาะสายการบิน El Al และ Arkia ที่ยังคงทำการบินไปยังไทย แต่ไม่ใช่เที่ยวบินที่ให้บริการตามกำหนดเวลาปกติ และอาจถูกยกเลิกกะทันหันตามเหตุจำเป็นในพื้นที่ ดังนั้น หากคนไทยมีความจำเป็นต้องเดินทางออกจากอิสราเอลอย่างเร่งด่วน ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่ออำนวยความสะดวกผ่านช่องทางอื่นต่อไป
  • บาห์เรน สายการบิน Gulf Air ของบาห์เรนประกาศคงการให้บริการเที่ยวบิน รวมถึงเส้นทางดัมมัม - กรุงเทพฯ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยดัมมัมเป็นเมืองสำคัญสำหรับการเดินทางเข้า – ออกของคนในพื้นที่ผ่านซาอุดีอาระเบีย
  • กระทรวงการต่างประเทศขอให้ทุกคนติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด และผู้ที่ประสงค์เดินทางออกจากภูมิภาค ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุญใหญ่ของไทยที่รับผิดชอบผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
  • ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,514 คน