นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 9 - 10 ตุลาคม 2569
วันที่นำเข้าข้อมูล 4 ต.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 4 ต.ค. 2569
นายไก ราลา ชานานา กุชเมา นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ตามคำเชิญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 9 - 10 ตุลาคม 2569
การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเตครั้งแรกในรอบ 13 ปี นับจากการเยือนครั้งล่าสุดเมื่อปี 2556 และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียนเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ทั้งยังเป็นการปูทางสำหรับการฉลองครบรอบ 25 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2570
ในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 นายกรัฐมนตรีจะให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเตและคณะอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบรัฐบาล และหารือข้อราชการเต็มคณะ จากนั้นผู้นำทั้งสองจะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนความตกลง และร่วมแถลงข่าว ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวันอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต
การหารือจะครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ อาทิ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคง รวมถึงการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติต่าง ๆ การค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหาร พลังงานและการท่องเที่ยว ความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน ตลอดจนความร่วมมือในกรอบอาเซียน
ไทยและติมอร์-เลสเตมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมาตั้งแต่ไทยร่วมภารกิจรักษาสันติภาพในติมอร์-เลสเตเมื่อปี 2542 และไทยเป็นประเทศแรก ๆ ที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับติมอร์-เลสเต นอกจากนี้ ไทยยังให้การสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของติมอร์-เลสเต ในสาขาต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.