เอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล และพระวิมลศาสนวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ และประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้ไปเยี่ยมชม Hope Cathedral ที่เมือง Fredrikstad

เอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล และพระวิมลศาสนวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ และประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้ไปเยี่ยมชม Hope Cathedral ที่เมือง Fredrikstad

วันที่นำเข้าข้อมูล 25 ม.ค. 2566

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 25 ม.ค. 2566

| 725 view
เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๖ นางสาววิมลพัชระ รักษาเกียรติ เอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล และพระวิมลศาสนวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ และประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ได้ไปเยี่ยมชม Hope Cathedral ที่เมือง Fredrikstad โดยมีนางสาวพจมาศ แสงเทียน ที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ คณะสงฆ์ แม่ชี คุณสายสมร เดชะวงค์ หรือคุณปุ๊กกี้ และคุณยุภาพร ถิ่นถาน จอฮันเซ็น หรือคุณฟ้า ผู้แทนชุมชนไทยเมือง Sarpsborg เข้าร่วมด้วย
 
Ms. Solveig Egeland เป็นผู้แทน Hope Cathedral หรือโบสถ์แห่งความหวัง มาต้อนรับคณะ โดย Ms. Egeland ได้บรรยายให้คณะทราบถึงที่มาของโครงการสร้าง Hope Cathedral ว่า เกิดจากการที่ตนเห็นขยะทะเลเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความเศร้าใจเมื่อทราบว่า มีสัตว์ต่างๆ เช่น นกและปลาวาฬ เสียชีวิตจากการกินขยะพลาสติกในทะเล ในวันหนึ่ง ตนมี “นิมิต” เห็นภาพ Hope Cathedral ลอยอยู่บนทะเล จึงได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวในรูปแบบศาสนสัมพันธ์ โดยเปิดกว้างให้บุคคลทุกชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมมีส่วนร่วมในการสร้างโบสถ์แห่งความหวัง เพื่อให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของทุกศาสนา และเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทะเล อย่างยั่งยืน
 
Ms. Egeland บรรยายว่า ได้ใช้เวลากว่า ๕ ปีในการสร้างโบสถ์แห่งนี้ขึ้นมา โดยอาสาสมัครได้ร่วมกันเก็บขยะทะเลจำพวกพลาสติก นำมาทำความสะอาด และตัดเป็นชิ้นเล็กๆ คล้ายเกล็ดน้ำตาล แล้วนำใส่ลงในเครื่องจักรเพื่อผลิตเป็นแผ่นขึ้นใหม่ โดยสีสันของแผ่นพลาสติกเกิดการผสมผสานสีของขยะพลาสติกที่เก็บมาจากทะเล Ms. Egeland ให้ข้อมูลด้วยว่า เมื่อพื้นและประตูของโบสถ์แห่งความหวังแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะเป็นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะสามารถเคลื่อนย้ายโบสถ์นี้ไปยังเมืองต่างๆ ได้ หากไม่ไกล สามารถใช้เรือลากไปได้ แต่หากระยะไกล ต้องใช้เรือขนส่ง โดยจุดหมายแรก อาจเป็นเมือง Arendal ในช่วงสัปดาห์ที่มีการประชุมของนักการเมืองและบุคคลสำคัญต่างๆ ในเดือนสิงหาคม เพื่อรณรงค์การลดขยะทะเล และรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
 
โบสถ์แห่งความหวังอยู่ภายใต้โบสถ์แห่งนอร์เวย์ (Norwegian Church) และได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากรัฐบาลนอร์เวย์ รวมถึงบุคคลสำคัญต่างๆ อาทิ เจ้าหญิงเมตเตอ-มาริต พระชายาเจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ โดยมีความร่วมมือกับวัดไทยนอร์เวย์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ เมื่อท่านเจ้าคุณพระวิมลศาสนวิเทศไปเข้าร่วมงานเปิดตัวโครงการ และในปี ๒๕๖๒ ท่านเจ้าคุณพระวิมลศาสนวิเทศได้นำคณะเยี่ยมชมโครงการนี้เป็นครั้งแรก หลังจากนั้น คณะจากวัดไทยนอร์เวย์ได้ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเปิดโบสถ์แห่งความหวังเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ และวัดไทยนอร์เวย์นำคณะแม่ชีปชาบดีโคตมี สวดมนต์ นั่งสมาธิ เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๔ โดยล่าสุด ท่านเจ้าคุณพระวิมลศาสนวิเทศร่วมประชุมสัมมนากับสมาชิกคริสต์ศาสนาชาวนอร์เวย์ที่โบสถ์แห่งความหวังเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๕
 
ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้มอบหนังสือ Hundred Years Between ให้แก่ Ms. Egeland ด้วย ผู้ที่สนใจสามารถติดตามโครงการโบสถ์แห่งความหวังได้ที่ www.hopecathedral.no หรือเพจ facebook https://www.facebook.com/hopecathedral.no ค่ะ

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ