สรุปการแถลงข่าว โดยรักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569
สรุปการแถลงข่าว โดยรักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569
วันที่นำเข้าข้อมูล 23 มิ.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 23 มิ.ย. 2569
| 66 view
สรุปการแถลงข่าว
โดยรักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 15.00 น.
ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ
- การส่งหนังสือตอบเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS) ของไทย
- เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ไทยส่งหนังสือถึงกัมพูชาแจ้งการตอบรับเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญา UNCLOS อย่างเป็นทางการ ตามที่กัมพูชาได้มีหนังสือถึงแจ้งไทยในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569
- สรุปเนื้อหาของหนังสือฉบับนี้ของฝ่ายไทย มี 3 เรื่องหลัก
- เรื่องแรก คือ แจ้งย้ำวัตถุประสงค์ของไทยในกระบวนการนี้ว่า เป็นไปเพื่อการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้ UNCLOS เท่านั้น
- เรื่องที่สอง คือ แจ้งการแต่งตั้งตัวแทนของไทย 2 คน ซึ่งจะทำหน้าที่ผู้แทนไทยในกระบวนการประนอม ได้แก่ (1) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนหรือ Agent และ (2) นายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ คูเวต ซึ่งเป็นอดีตรองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เป็นรองตัวแทน หรือ Deputy Agent
- เรื่องที่สาม คือ แจ้งชื่อผู้ประนอม 2 คน ที่ฝ่ายไทยแต่งตั้ง ได้แก่ (1) ผู้พิพากษา อัลเบิร์ต เจ. ฮอฟฟ์แมน สัญชาติแอฟริกาใต้ และ (2) ผู้พิพากษา รือดิเกอร์ โวล์ฟรุม สัญชาติเยอรมนี
- ผู้ประนอมทั้งสองคนที่ฝ่ายไทยแต่งตั้งในคณะกรรมาธิการประนอมเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านกฎหมายทะเลและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ
- ขั้นตอนกระบวนการฯ โดยคร่าว
- ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ไทยนำส่งหนังสือตอบกัมพูชา ผู้ประนอมทั้ง 4 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งจะคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการประนอม
- กระบวนการต่อจากนั้นจะใช้ระยะเวลา 12 เดือน (สามารถขยายเวลาออกไปได้ตามที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกัน หากมีเหตุจำเป็น) ให้คณะกรรมาธิการประนอมจัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะ
- เอกสารข้อเสนอแนะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นแนวทางให้ประเทศคู่กรณีใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาหาข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายต่อไป ซึ่งจะกลับมาสู่แนวทางที่ไทยเสนอมาตั้งแต่ต้น คือ การเจรจาทวิภาคี
- ประเด็นสำคัญอื่น ๆ
- การประนอมไม่ใช่การขึ้นศาล และผู้ประนอมไม่ใช่ทนายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญสูงและน่าเชื่อถือ ทั้งยังเป็นคนกลางที่รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างเสมอภาค เข้าใจบริบทของข้อพิพาท และช่วยหาจุดสมดุลระหว่างทั้งสองฝ่าย ดังนั้น ผลลัพธ์ของการประนอมจึงไม่ใช่คำพิพากษาและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นข้อเสนอแนะแนวทางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
- ไทยในฐานะสมาชิกประชาคมระหว่างประเทศที่ดีและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎกติกาสากล ได้ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการประนอม ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามหน้าที่ภายใต้ UNCLOS
- ไทยมีความพร้อมและมีการเตรียมการ โดยกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ด้วยความเป็นมืออาชีพและยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
- กระทรวงฯ จะนำเรียนข้อมูลความคืบหน้าของกระบวนการให้ประชาชนไทยทราบอย่างโปร่งใสและเป็นระยะ ๆ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ เช่น การคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 ต่อไป
- ไทยเข้าร่วมกระบวนการประนอมด้วยความสุจริตใจ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กระบวนการประนอมนี้จะสามารถช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถยุติข้อพิพาทเรื่องเขตทางทะเลได้อย่างสันติและยั่งยืนต่อไปในอนาคต
- เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประชาคมกฎหมายของต่างชาติที่จะติดตามกรณีไทย - กัมพูชา โดยการประนอมครั้งนี้นับเป็นเพียงครั้งที่สองของโลก ต่อจากการประนอมระหว่างติมอร์-เลสเตกับออสเตรเลีย
- ไทยหวังว่า กระบวนการดังกล่าวจะช่วยปูทางไปสู่การแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลระหว่างทั้งสองประเทศอย่างสันติและยั่งยืนในอนาคต
สามารถรับชมได้ที่ https://fb.watch/HUQOFSQk-u/?
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
TOP
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
Ministry of Foreign Affairs
443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
เบอร์ติดต่อ : 0-2203-5000
โทรสาร : 02-643-5018
Copyright © 2012-2014 Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.