สรุปการแถลงข่าว ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 7 มีนาคม 2569
สรุปการแถลงข่าว ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 7 มีนาคม 2569
วันที่นำเข้าข้อมูล 7 มี.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 12 มี.ค. 2569
| 1,987 view
สรุปการแถลงข่าว
ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 18.10 น.
ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
- พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- สถานการณ์โดยรวมในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรงจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน
- ยังมีพื้นที่เสี่ยงที่ต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ อิรัก ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และเลบานอน ที่ยังคงถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้การอพยพของพลเรือนเข้าข่ายวิกฤติทางมนุษยธรรม
- ยังคงมีการโจมตีไปยังพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ เช่น ฐานทัพและที่พักคนอเมริกัน ในรัฐอ่าวอาหรับอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่สามารถสกัดกั้นได้
- สำหรับสถานการณ์การเปิด-ปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน
- ประเทศที่ยังปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพาณิชย์อยู่ ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล ซีเรีย อิรัก บาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์
- ยูเออี เริ่มกลับมาเปิดเที่ยวบินอย่างจำกัด เพื่อระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง
- ในขณะที่ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดน ยังคงเปิดน่านฟ้าอยู่ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและโอมาน
ซึ่งตอนนี้เป็นศูนย์กลางการอพยพคนออกนอกภูมิภาคทางอากาศ
- ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่กระทรวงการต่างประเทศยังคงเรียกร้องให้คนไทย พิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
- ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่
- อิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานและเมืองกุมได้ออกเดินทางจากกรุงเตหะรานแล้วเมื่อเช้าวันที่ 7 มีนาคม 2569 รวม 62 คน และคาดว่าจะเดินทางถึงตุรกีในวันเดียวกัน และจะมีอีกกลุ่มเดินทางออกในวันที่ 10 มีนาคม 2569 ตามมา
- ในฝั่งตุรกี คณะจากกรมการกงสุล นำโดยนายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้เดินทางถึง
เมืองวานแล้วเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 เพื่อร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา นำโดย น.ส.พัณณ์ชิตา รมยานนท์ อุปทูต ปฏิบัติภารกิจเตรียมรับคนไทยที่อพยพออกจากอิหร่าน โดยได้เดินทางไปด่านชายแดน Kapikoy ของตุรกีเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อให้ช่วยอำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่จะเดินทางเข้ามาจากอิหร่าน - ในการนำคนไทยออกจากอิหร่านทางฝ่ายไทยก็ได้ประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาลอิหร่าน
ฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อให้มั่นใจว่า การอพยพจะเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ซึ่งล่าสุดได้รับ
การรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ในการประชุม War Room ของกระทรวงการต่างประเทศ ว่าใกล้ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว - ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะย้ายไปปฏิบัติภารกิจ ณ ที่ทำการชั่วคราวที่เมืองวาน (Van)
ของตุรกี ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ยังพร้อมติดต่อให้
ความช่วยเหลือแก่คนไทยที่ประสงค์เดินทางออกจากอิหร่าน และที่ยังพำนักอยู่ในอิหร่านอย่างใกล้ชิดต่อไป - สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ยังต้องปฏิบัติภารกิจที่ชายแดนอีกด่าน เพื่อรอรับคนไทยที่อพยพออกจากอิรัก 10 คน ซึ่งจะเดินทางข้ามด่านจากอิรักเข้าตุรกีมาที่เมืองมาร์ดิน (Mardin) เพื่อช่วยเหลือให้กลับประเทศไทยต่อไป
- ซาอุดีอาระเบีย เป็นอีกที่ที่ยังสามารถบินกลับไทยได้ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่
ณ เมืองเจดดาห์ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียง เช่น สถานเอกอัครราชทูต
ณ กรุงมานามา บาห์เรน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา กาตาร์ และสถานเอกอัครราชทูต ณ คูเวต ที่น่านฟ้า
ยังคงปิดอยู่ในการนำคนไทยเดินทางข้ามแดนเข้ามา เพื่อเดินทางกลับไทยหรือปลายทางอื่นทางอากาศ - นอกจากนี้ ยังได้หารือแนวทางการนำคนไทยกลับประเทศกับสายการบินเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเที่ยวบินริยาด - กรุงเทพฯ ยังคงให้บริการ และพร้อมพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินอพยพคนไทยในประเทศต่าง ๆ ตามความต้องการ
- ยูเออี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ประสานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดมีสายการบิน Emirates และ Air Arabia ได้เปิดเส้นทางบินตั้งแต่ 6 มีนาคม 2569 เป็นต้นไปแล้ว โดยสายการบิน Emirates เริ่มทำการบินไปยังกรุงเทพฯ และภูเก็ต และสายการบิน Air Arabia เริ่มทำการบินไปยังกรุงเทพฯ
- โดยรวมขณะนี้ มีคนไทยที่ติดค้างในตะวันออกกลางที่ได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว 215 คน
- ในส่วนของประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำพี่น้องคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการ
ทางเอกสาร
TOP
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
Ministry of Foreign Affairs
443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
เบอร์ติดต่อ : 0-2203-5000
โทรสาร : 02-643-5018
Copyright © 2012-2014 Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.