สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.
สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.
วันที่นำเข้าข้อมูล 14 มี.ค. 2567
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 14 มี.ค. 2567
สรุปผลการแถลงข่าวประจำสัปดาห์
โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.
ณ ห้องแถลงข่าว และทาง Facebook live กระทรวงการต่างประเทศ
* * * * *
๑. ผลการเยือนฝรั่งเศสและเยอรมนีของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการการะทรวงการต่างประเทศ
- นายกรัฐมนตรีฯ พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๗-๑๒ มีนาคม ๒๕๖๗ และเยือนเยอรมนีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๓-๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗ ซึ่งนับเป็นสองประเทศแรกในยุโรปที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ
- ก่อนการเยือนฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรีได้แวะกรุงเบอร์ลินในช่วงเช้าของวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๗ เพื่อเข้าร่วมในงาน ITB Berlin 2024 ซึ่งเป็นงานการท่องเที่ยวประจำปีที่มีชื่อเสียง โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวสุนทรพจน์แสดงวิสัยทัศน์และนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของไทยในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มสำคัญ โดยในช่วง ๑ ม.ค. - ๑๒ มี.ค. ๖๗ มีนักท่องเที่ยวจากเยอรมนีมาไทยแล้วจำนวน ๒๔๔,๔๑๙ คน เป็นอันดับสองในตลาดยุโรปรองจากรัสเซีย
- ผลการเยือนฝรั่งเศสที่สำคัญ
- ฝ่ายไทยขอรับการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้นักกีฬาไทยช่วงการแข่งขันโอลิมปิก
ฤดูร้อน ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปารีสในช่วงกรกฎาคม - สิงหาคมปีนี้ ทั้งในส่วนของสถานที่ฝึกซ้อมและการจัดตั้ง Thai House หรือศาลาไทย ที่ฝ่ายไทยจะไปจัดแสดงมวยไทย แฟชั่น และอาหารไทย - ฝ่ายไทยขอให้พิจารณาผลักดันเรื่องการขอยกเว้นวีซ่าเชงเกนให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทย และเน้นย้ำการเร่งรัดการเจรจาไทย-EU FTA
- นายกรัฐมนตรีได้เชิญประธานาธิบดีฝรั่งเศสเยือนไทยอย่างเป็นทางการในปี ๒๕๖๘ เพื่อฉลองครบรอบ ๓๔๐ ปีของความสัมพันธ์ระหว่างกัน และครบรอบ ๑๗๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในปี ๒๕๖๙
- นายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส โดยเน้นย้ำความมุ่งมั่นกระชับความสัมพันธ์ทุกมิติ ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยาวนาน ค่านิยมสากลร่วม เช่น ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน จุดยืนร่วมกันในการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคง และวิสัยทัศน์ร่วมกันที่จะสร้างเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่น ยั่งยืน โดยคำนึงถึงการเปลี่ยนผ่านสีเขียวและดิจิทัล
- นายกรัฐมนตรียังได้พบกับผู้บริหารหน่วยงานด้านพลังงานสะอาดและภาคเอกชนที่ฝรั่งเศสอีกกว่า ๒๐ หน่วยงาน เพื่อเชิญชวนมาลงทุนในไทยและหารือแนวทางการสร้างเสริมแรงจูงใจเพิ่มดึงดูดความสนใจให้ภาคธุรกิจของฝรั่งเศสมาลงทุนสินค้า บริการ กระบวนการผลิต รวมถึงแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับไทยมากขึ้น
- ฝ่ายไทยขอรับการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้นักกีฬาไทยช่วงการแข่งขันโอลิมปิก
- ผลการเยือนเยอรมนี
- เห็นพ้องแนวทางที่จะยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์
- สนใจขยายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง เศรษฐกิจ พลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านสีเขียว แบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า การเกษตรยั่งยืน การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและการสร้างความเชื่อมโยงผ่านโครงการ Landbridge ของไทย การสนับสนุนแรงงาน การผลักดัน FTA ไทย-สหภาพยุโรป การท่องเที่ยว และการยกเว้นวีซ่าเชงเกนสำหรับหนังสือเดินทางธรรมดาไทย
- หารือความร่วมมือระดับภูมิภาคและความร่วมมือในกรอบอาเซียนและในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศ
- นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้พบหารือกับภาคเอกชนชั้นนำของเยอรมนีเพื่อเชิญชวนมาลงทุนในไทย โดยเฉพาะบริษัทยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์และอุตสาหกรรมหนัก และเซมิคอนดักเตอร์
- การเยือนฝรั่งเศสและเยอรมนีในครั้งนี้เป็นการเยือนภูมิภาคยุโรปในระดับผู้นำหลังจากที่ว่างเว้นมา
เป็นเวลานาน ซึ่งการเดินทางเยือนประเทศต่าง ๆ ในระดับสูงนับเป็นภารกิจการต่างประเทศที่สำคัญ เพื่อเป็นเรื่องการจับมือให้อุ่นและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือและหว่างภาครัฐและเอกชนต่อไป โดยเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาและความต่อเนื่อง โดยจากนี้ก็จะมีการแลกเปลี่ยนในระดับสูงกับนานาประเทศเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆ
๒. ภารกิจด้านการต่างประเทศของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- รองนายกรัฐมนตรีฯ พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ และการประชุมระดับรัฐมนตรีในกรอบ IPEF รวมถึงการหารือกับภาคเอกชนสหรัฐ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เดินทางเยือนไทยระหว่างวันที่ ๑๒-๑๕ มีนาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นผลจากการเยือนกรุงวอชิงตันอย่างเป็นทางการของรองนายกรัฐมนตรีฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ซึ่งได้พบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗
- เมื่อวันอังคารที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๗ นางจีนา เรมอนโด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เดินทางถึงประเทศไทยพร้อมกับคณะสภาผู้ส่งออกแห่งประธานาธิบดีสหรัฐ (President's Export Council : PEC) โดยได้พบหารือทวิภาคีกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหารือเต็มรูปแบบเต็มคณะร่วมกับคณะ PEC แล้ว
- รองนายกรัฐมนตรีฯ มีกำหนดพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ และคณะ PEC ในช่วงบ่ายของวันนี้ โดยจะหารือนโยบายและการดำเนินการที่สำคัญของรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจ และแนวทางที่จะเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนในด้านเศรษฐกิจและการขยายการค้าและการลงทุนกับสหรัฐฯ หลังจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะนำคณะเข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนายกรัฐมนตรี รวมถึงจะพบหารือกับรัฐมนตรีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมด้วย
- กำหนดการที่จะเกิดขึ้นที่กระทรวงการต่างประเทศฯ ได้แก่ (๑) การหารือทวิภาคีระหว่างรองนายกรัฐมนตรีฯ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ และ (๒) การร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก หรือ IPEF โดยรัฐมนตรีจากประเทศหุ้นส่วน IPEF อีก ๑๒ ประเทศจะเข้าร่วมผ่านระบบทางไกล ซึ่งจะเป็นโอกาสในการหารือถึงพัฒนาการความร่วมมือภายใต้ IPEF ที่ผ่านมา และแผนการดำเนินการในระยะต่อไป
- การจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี IPEF ถือเป็นการแสดงบทบาทนำอย่างสร้างสรรค์ของไทยในภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนายกระดับมาตรฐานทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ การส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความเชื่อมโยง รวมทั้งการพัฒนาความร่วมมือเพื่อรับมือกับสิ่งท้าทายต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมและยั่งยืนสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคด้วย
- การเยือนไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการกระชับความสัมพันธ์และเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยจะเป็นการส่งเสริมโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยที่จะตอบโจทย์ด้านการพัฒนาของไทยและ Thailand Vision 2030 อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว
- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงพื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงราย และร่วมประชุม ครม. สัญจร จังหวัดพะเยา และเยี่ยมชมการให้บริการทำหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ จังหวัดพะเยา
- การลงพื้นที่ต่างจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดชายแดนเป็นหนึ่งในภารกิจด้านการต่างประเทศของรัฐบาลเพื่อรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในท้องถิ่น รวมถึงประชาชนตามแนวชายแดน
- รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ มีกำหนดเดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายในวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๗ เพื่อรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดเชียงราย เกี่ยวกับการส่งเสริมการค้าชายแดน การเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่ง การท่องเที่ยวและความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
- จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ จะเดินทางต่อไปยังจังหวัดพะเยา ในวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๗ เพื่อเข้าร่วมการประชุม ครม. สัญจร และจะใช้ในโอกาสนี้ แวะตรวจเยี่ยมหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ ที่ศาลาประชาคม จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่การให้บริการของกรมการกงสุลภายใต้โครงการกงสุลสัญจร
๓. การช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับที่กัมพูชา
- เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๖.๑๕ น. ทางการกัมพูชาได้จับกุมคนไทยจำนวน ๕๔ คน ข้อหาลักลอบทำงานผิดกฎหมาย (คอลเซ็นเตอร์) ในจังหวัดพระสีหนุ และนำตัวคนไทยทั้งหมดส่งมอบให้แก่ฝ่ายไทยที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
- กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทาง จังหวัดจันทบุรีร่วมสังเกตการณ์ และมีผู้แทนหน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดตราดรอรับกลุ่มคนไทยดังกล่าว
- คนไทยกลุ่มนี้ได้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดตราดที่ ๑ หนองเสม็ด อำเภอเมืองตราด โดยทีมสหวิชาชีพเพื่อคัดกรองเหยื่อค้ามนุษย์ออกจากผู้ร่วมอยู่ในกระบวนการอาญากรรมข้ามชาติ
- ทั้งนี้ ยังมีกระบวนการคอลเซ็นเตอร์อีกหลายแห่งในกัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยเฉพาะบริเวณแนวชายแดน ซึ่งในห้วงหลายเดือนที่ผ่านมาก็มีกลุ่มคนไทยถูกจับกุมและส่งกลับมาหลายครั้งซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
- กระทรวงการต่างประเทศขอย้ำเตือนว่า ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ มีความผิดทั้งภายใต้กฎหมายไทยและกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้าน และมีโทษร้ายแรง ทั้งนี้ มีคนไทยเข้าร่วมขบวนการทั้งโดยสมัครใจและถูกหลอกลวง
- หากถูกชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่มีการโฆษณาค่าแรงและเงื่อนไขการทำงานที่ดีเกินจริง ขอให้รอบคอบและระมัดระวังอย่างยิ่ง รวมถึงหาข้อมูลให้รอบด้านก่อน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการใด ๆ โดยอาจสอบถามไปที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้น ๆ กรมการกงสุล หรือกระทรวงแรงงาน เป็นต้น
ประเด็นเพิ่มเติม
๑. นโยบายของไทยต่อเมียนมารวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ - ตามที่ได้มีข้อคิดเห็นจากฝ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับนโยบายเรื่องเมียนมา ซึ่งหลายฝ่ายอาจยังได้ข้อมูลไม่ครบถ้วนนั้น ขอเรียนว่า กระทรวงการต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด ได้ดำเนินการบนพื้นฐานของผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนไทยเสมอ โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและค่านิยมสากล
- รัฐบาลปัจจุบันมีข้อริเริ่มให้มีการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาตามแนวชายแดน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ โดยไม่เลือกว่าเป็นฝ่ายใด ไทยต้องการเห็นความสงบและเสถียรภาพในเมียนมา เราคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
- ข้อริเริ่มดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการโดยเอกเทศ แต่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศด้วย และถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการของอาเซียนในการผลักดันให้มีความคืบหน้าในการปฏิบัติตาม 5 Point Consensus โดยเฉพาะในเรื่องความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่มีการระบุไว้อย่างชัดเจนในข้อ ๒๕ ของเอกสารแถลงข่าวผลการประชุม ASEAN Foreign Ministers’ Retreat เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ลาวซึ่งระบุว่า “ที่ประชุมต้อนรับข้อริเริ่มระหว่างไทยและเมียนมา เพื่อเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมบริเวณชายแดน ผ่านทางสภากาชาดของทั้งสองประเทศเพื่อจัดหาสิ่งของจำเป็นอย่างโปร่งใสและน่าเชื่อถือ ให้แก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือโดยไม่มีการแบ่งแยก และที่ประชุมประสงค์ให้ AHA Centre เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งข้อริเริ่มนี้จะช่วยสนับสนุนความพยายามร่วมกันของอาเซียนในการการทำให้ฉันทามติ ๕ ข้อดำเนินไปได้”
- คาดว่าจะสามารถส่งความช่วยเหลือครั้งแรกได้ภายในเดือนนี้ และหากประสบความสำเร็จ ก็จะมีการขยายผลไปดำเนินการในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป
- ในหลักการ ไทยสนับสนุนให้ฝ่ายต่าง ๆ ในเมียนมาได้หารือกันเพื่อนำไปสู่สันติภาพระยะยาว โดยไทยพร้อมสนับสนุนกระบวนการหารือในทุกรูปแบบ ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยหารือกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ไม่จำกัดเพียงแค่รัฐบาลเมียนมาขอให้มั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ กระทรวงฯ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากทุกฝ่าย
๒. สถานการณ์ความไม่สงบในเฮติ
- สำหรับเหตุการณ์ความไม่สงบในเฮติในขณะนี้ หลายประเทศได้ออกคำเตือนและเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากเฮติแล้ว กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก ประสานงานกับทางการเฮติ เพื่อดูแลช่วยเหลือคนไทยหากพบว่ามีคนไทยอยู่ในพื้นที่ แม้ว่าตามฐานข้อมูลของสถานเอกอัครราชทูตฯ จะไม่มีคนไทยอาศัยหรือทำงานในเฮติ และได้แจ้งประกาศเตือนคนไทยไม่ให้ไปท่องเที่ยวในขณะนี้ รวมถึงแจ้งหมายเลขฉุกเฉินของสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อการติดต่อไว้ด้วยอีกทางหนึ่งแล้ว
* * * * *
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.