คำแถลงข่าวผลการประชุมความร่วมมือระดับสูงไทย-มณฑลกวางตุ้ง ครั้งที่ ๑ สำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ)

คำแถลงข่าวผลการประชุมความร่วมมือระดับสูงไทย-มณฑลกวางตุ้ง ครั้งที่ ๑ สำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ)

วันที่นำเข้าข้อมูล 26 ส.ค. 2564

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 ต.ค. 2565

| 8,060 view

คำแถลงข่าวผลการประชุมความร่วมมือระดับสูงไทย-มณฑลกวางตุ้ง ครั้งที่ ๑

สำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ)

ในวันพุธที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๕.๓๐ น.

 

  • เมื่อสักครู่ผมได้เป็นประธานร่วมกับ ท่านหม่า ซิงรุ่ย ผู้ว่าการมณฑลกวางตุ้ง ในการประชุมความร่วมมือระดับสูงไทย-มณฑลกวางตุ้ง ครั้งปฐมฤกษ์ ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ และกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว รวมถึงผู้แทนของประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของไทยเข้าร่วมด้วย

 

  • ที่ผ่านมา ไทยกับมณฑลกวางตุ้งได้จัดการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสมาแล้ว ๕ ครั้งตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ และเมื่อปี ๒๕๖๒ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับกลไกการประชุมฯ จากระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส เป็นระดับรัฐมนตรี เพื่อเพิ่มพลวัตให้ความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือ เชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยกับจีน และส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นมณฑลที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นลำดับหนึ่งของจีน รวมทั้งเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) ของไทย กับเขตอ่าวกวางตุ้ง - ฮ่องกง - มาเก๊า หรือ GBA (Guangdong - Hongkong - Macao Greater Bay Area) ที่จีนตั้งเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยและบริการสมัยใหม่ด้วย

 

  • สำหรับการประชุมครั้งแรกนี้ ฝ่ายกวางตุ้งเป็นเจ้าภาพ และได้เสนอหัวข้อหลักของ การประชุมว่า “การสร้างความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่าง GBA กับ EEC เพื่ออนาคต” ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ได้ใช้โอกาสของการประชุมนี้หารือกำหนดนโยบายและทิศทางความร่วมมือระหว่างไทยกับมณฑลกวางตุ้งในระยะต่อไป และส่งเสริมความเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกันเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองฝ่ายจากผลกระทบของโรคโควิด-๑๙

 

  • ในโอกาสนี้ ผมได้เสนอต่อที่ประชุม ดังนี้

 

        เรื่องที่ ๑ “นโยบาย ๔ เชื่อม” เพื่อขับเคลื่อนให้ทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ได้แก่ (๑) การเชื่อมโยงเชิงนโยบาย เช่น ระหว่างยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ๔.๐ และนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy Model) กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ ๕ ปี ฉบับที่ ๑๔ (๒๕๖๔-๒๕๖๙) ของจีน และนโยบายการพัฒนาของมณฑลกวางตุ้ง (๒) การเชื่อมโยงด้านกายภาพ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและทางบก เรือ อากาศ (๓) การเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (NTB) และ (๔) การเชื่อมโยงระหว่างประชาชน ซึ่งภาครัฐต้องส่งสร้างเงื่อนไขให้เกิดการแลกเปลี่ยนและลดอุปสรรคของการไปมาหาสู่กัน

 

        เรื่องที่ ๒ “การติดตามผล ๔ ช่องทาง” ระหว่างกัน ได้แก่ (๑) สำนักงาน EEC กับสำนักงาน GBA ของกวางตุ้ง   (๒) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำมณฑลกวางตุ้ง (CCPIT) (๓) คู่เมืองพี่เมืองน้องของทั้งสองฝ่าย และ (๔) สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจวกับสำนักงานการต่างประเทศมณฑลกวางตุ้ง

 

  • นอกจากนี้ ผมยังได้เสนอในประเด็นเร่งด่วนที่ทั้งสองฝ่ายควรเร่งรัดส่งเสริมความร่วมมือ ได้แก่ (๑) การสร้างความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิต (supply chain connectivity) ในสาขาอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยานยนต์พลังงานใหม่และยานยนต์อัจฉริยะ ปัญญาประดิษฐ์ เกษตรสมัยใหม่ และพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก (๒) การพัฒนาศักยภาพและเครือข่ายของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs และ Startups และ (๓) การพัฒนา Smart City และ 5G โดยขอให้ทั้งสองฝ่ายมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้ผลหารือให้เป็นรูปธรรม

 

  • ทั้งสองฝ่ายได้รับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมฯ ซึ่งระบุถึงความร่วมมือ ๖ สาขา ที่ทั้งสองฝ่ายจะเร่งดำเนินการ ได้แก่ (๑) อุตสาหกรรมสมัยใหม่ (๒) เศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน (๓) การเกษตร (๔) วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการดูแลสุขภาพ (๕) การแลกเปลี่ยนฉันมิตรระหว่างท้องถิ่น (๖) ความร่วมมือด้านอื่นๆ อาทิ พลังงานสะอาด วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงการเงินและตลาดทุน โดยจะมีการจัดการประชุมเป็นประจำทุกๆ ๒ ปี โดยในการประชุมฯ ครั้งถัดไปนั้น ฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพ

* * * * *