เมื่อวันที่ 21 - 22 เมษายน 2569 นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ผู้แทนพิเศษของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนาระดับภูมิภาค “EU - Thailand for ASEAN Regional Seminar on Scam Fighting: Strengthening Trust, Protecting People, and Promoting Rules-based Collaboration” ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจัดร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ภายใต้โครงการ Enhancing the EU’s Security Cooperation in and with Asia and the Indo-Pacific (ESIWA+) ณ โรงแรม Eastin Grand Phayathai กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน ทั้งในรูปแบบ on-site และ online จากภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคธนาคาร ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มดิจิทัล ภาคประชาสังคม ตลอดจนผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน สหภาพยุโรป และองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน
การสัมมนาฯ นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย อาเซียน และสหภาพยุโรป ในการรับมือกับปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามพรมแดนที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และมนุษย์ โดยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในฐานะวาระแห่งชาติ และบทบาทนำในระดับอาเซียน ทั้งนี้ การจัดสัมมนาฯ ในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการจัดสัมมนาฯ ร่วมกันระหว่างไทย - สหภาพยุโรปเมื่อปีที่ผ่านมา ในหัวข้อ “Safeguarding Digital Societies: Preventing Scam, Combatting Cybercrime” โดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภูมิภาคอาเซียนและสหภาพยุโรปเพื่อการประสานงานอย่างบูรณาการมากยิ่งขึ้น รวมถึงการสกัดกั้นอาชญากรรมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที โดยการหารือครอบคลุมทั้งมิติด้านนโยบายและการปฏิบัติ อาทิ แนวโน้มภัยคุกคามออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ การพัฒนากรอบกฎหมายและการบังคับใช้ ความร่วมมือในการคุ้มครองผู้เสียหายและกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
ในวันที่สองของการประชุม (22 เมษายน 2569) ได้มีการจัดการประชุม 4 กลุ่มย่อย เพื่อกำหนดข้อเสนอเชิงปฏิบัติ โดยย้ำแนวทางที่สอดคล้องกับผลการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ได้แก่ การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการสืบสวนและดำเนินคดี (Prosecution) ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและปฏิบัติการร่วมข้ามพรมแดนอย่างทันท่วงที การยกระดับมาตรการป้องกันและการสร้างความตระหนักรู้ของสาธารณชน (Prevention and Public Awareness) การพัฒนาระบบการคุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างครอบคลุมโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน (Protection of Victims) และการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง (Partnership) เพื่อสร้างระบบนิเวศความร่วมมือที่เป็นระบบ เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ
ในช่วงพิธีปิดการสัมมนาฯ นางสาวสมฤดี พู่พรอเนก รักษาการอธิบดีกรมยุโรป ได้ย้ำความสำคัญของการต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทย อาเซียน และสหภาพยุโรป ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ ซึ่งรวมถึงข้อเสนอความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ในระดับภูมิภาคประจำประเทศไทย เพื่อให้สามารถรับมือกับปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบ และตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที