เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ - เลสเตยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ - เลสเต
เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ - เลสเตยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ - เลสเต
วันที่นำเข้าข้อมูล 18 ม.ค. 2564
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 พ.ย. 2565
| 2,253 view
นายเอกพล พูลพิพัฒน์ เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ - เลสเต
ยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อ
นายฟรังซิซกู กูแตร์รึช ลู โอลู ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ - เลสเต
วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๔ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงดิลี
* * * * * * * *
เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๔ นายเอกพล พูลพิพัฒน์ เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ - เลสเต ยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อ นายฟรังซิซกู กูแตร์รึช ลู โอลู ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์ - เลสเต ณ ทาเนียบประธานาธิบดี กรุงดิลี
ในการนี้ ประธานาธิบดีถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และส่งความปรารถนาดีต่อรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ติมอร์ฯ มุ่งกระชับความสัมพันธ์กับไทยบนพื้นฐาน ของไมตรีจิตและความร่วมมือบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ประธานธิบดีแสดงความซาบซึ้งใน พระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานความช่วยเหลือด้านการศึกษาและมนุษยธรรมต่อเด็กและเยาวชน และขอบคุณทางการไทยที่ให้ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาและมอบทุนการศึกษาและจัดการฝึกอบรมบุคคลากรแก่ติมอร์ฯ ครอบคลุมสาขาต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับแผนการพัฒนาประเทศ นอกจากนั้นติมอร์ฯ ขอรับการสนับสนุนจากไทยในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน ซึ่งติมอร์ฯ อยู่ระหว่างการดาเนินการตามขั้นตอนและพัฒนาสาขาต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นสมาชิกอาเซียนโดยสมบูรณ์
เอกอัครราชทูตอัญเชิญความปรารถนาดีจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมายังประธานาธิบดี และประชาชนชาวติมอร์ฯ เอกอัครราชทูตมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ที่ติมอร์ฯ ฟื้นฟูเอกราช เมื่อปี ๒๕๔๔ ที่ไทยได้เข้าร่วม ในกองกำลังสหประชาชาติรักษาสันติภาพและภารกิจในช่วงเปลี่ยนผ่านของติมอร์ฯ ในการนี้ได้ยืนยันความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนากับติมอร์ฯ โดยมุ่งดำเนินโครงการด้านการศึกษาและการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผสานกับความร่วมมือกับติมอร์ฯ ในสาขาต่างๆ ขยายให้กว้างขวาง มากขึ้น รวมทั้งให้ความร่วมมือในการสร้างเสริมสมรรถนะและการพัฒนาบุคลากรของติมอร์ฯ ในขณะเดียวกันแสวงหาโอกาสในการขยายเศรษฐสัมพันธ์ การค้า และการลงทุนในติมอร์ฯ เอกอัครราชทูตย้ำเตือนว่า ไทยสนับสนุนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์ฯ ทั้งนี้จะเป็นไปตามฉันทามติของประเทศสมาชิก รวมทั้งความสามารถและความมุ่งมั่นของติมอร์ฯ ในการดำเนินการตามข้อกาหนดของการเป็นสมาชิกอาเซียน เมื่อคณะค้นหาข้อเท็จจริงจากทั้งสามประชาคมของอาเซียน ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ประเมินความพร้อมด้านเทคนิคเสร็จสิ้นแล้ว ฝ่ายอาเซียนจะได้จัดทำแผนเสนอแนะแนวทางต่อติมอร์ฯ เพื่อให้ติมอร์ฯ มีความพร้อมและสามารถดำเนินการในฐานะสมาชิกตามที่ระบุในกฎบัตรอาเซียนต่อไป
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
TOP
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
Ministry of Foreign Affairs
443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
เบอร์ติดต่อ : 0-2203-5000
โทรสาร : 02-643-5018
Copyright © 2012-2014 Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.