เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดพิธีถวายสักการะทำสามีจิกรรมพระเถระผู้ใหญ่เนื่องในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษาและจัดประชุมกรรมการบริหารคณะสงฆ์ธรรมยุตประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดพิธีถวายสักการะทำสามีจิกรรมพระเถระผู้ใหญ่เนื่องในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษาและจัดประชุมกรรมการบริหารคณะสงฆ์ธรรมยุตประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ก.ค. 2557

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 พ.ย. 2562

| 899 view

         เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๔.๔๕ น. ในโอกาสที่วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา จัดพิธีถวายสักการะทำสามีจิกรรมพระเถระผู้ใหญ่ ในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษาและจัดประชุมกรรมการบริหารคณะสงฆ์ธรรมยุตประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งมีวาระประชุม เรื่องการเตรียมจัดงานเทศน์มหาชาติสามัคคี เฉลิมพระเกียรติฯ ที่วัดญาณประทีป นครโอ๊คแลนด์ (ระหว่างวันที่ ๒๙ – ๓๐  พฤศจิกายน ๒๕๕๗) โดยมีคณะสงฆ์ธรรมยุตระดับเจ้าอาวาสและระดับสูงจากวัดไทยตามรัฐและเมืองต่าง ๆ ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวม ๙ วัด จำนวน ๒๑ รูป และฆราวาสอีกประมาณ ๒๐ คน นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา พร้อมด้วยนายวศิน เรืองประทีปแส อัครราชทูต  น.อ. สุกษม สุขเกษม ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศ พ.อ. นนธวัฒน์ ภักดิพงศ์พิชญะ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก  น.อ. อภิชัย สมพลกรัง  ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ และ ดร. วนิดา กำเนินเพ็ชร์ อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายการเกษตร  ได้เข้าร่วมพิธีและการประชุมดังกล่าว 

         ในโอกาสนี้  เอกอัครราชทูตฯ ได้อธิบายและชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาและสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย  โดยได้อธิบายให้ฟังถึงต้นเหตุของปัญหาที่มาจากความแตกแยกทางความคิดของสังคมไทย ปัญหาที่กลไกและระบบต่างๆของประเทศที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ การบริหารประเทศที่ผ่านมาไม่ได้นำไปสู่การสร้างประโยชน์ให้กับคนไทยทั้งประเทศแต่ปกป้องผลประโยชน์ให้กับกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น  คสช. จึงมีความจำเป็นที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหา และปลดล็อคเพื่อให้กลไกมีอยู่เดินหน้าต่อไปได้ และคงความเป็นผู้นำของประเทศไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในภูมิภาคอาเซียนไว้ต่อไป

         เอกอัครราชทูตฯ ได้อธิบายการแก้ไข และบริหารประเทศตาม Roadmap ๓ ขั้นตอนของ คสช. ตั้งแต่การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินที่ติดขัด ขั้นตอนที่สอง คือ การจัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  การมีรัฐบาลชั่วคราว และสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขั้นตอนที่สาม คือ การเลือกตั้งทั่วประเทศอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมในเดือนตุลาคม ๒๕๕๘  

         เอกอัครราชทูตฯ ได้อธิบายด้วยว่า ปฏิกิริยาของรัฐบาลออสเตรเลีย ภายหลัง คสช. เข้ามาบริหารประเทศ เป็นเพียงขอเลื่อนโครงการความร่วมมือทางทหาร ๓ โครงการ ได้แก่ การฝึกอบรมด้านกฎหมาย  ความร่วมมือด้านการเก็บกู้ระเบิดแสวงเครื่องและความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย   ส่วนโครงการ/กิจกรรมทางทหารด้านอื่น ๆ และความสัมพันธ์ด้านอื่น ๆ ยังคงดำเนินต่อไปเป็นปกติ ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งรวมถึงการฝึกร่วมผสมทางอากาศหรือ Pitch Black ๒๐๑๔  และ นักศึกษาทหารของไทยที่ศึกษาในออสเตรเลียก็ไม่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

         นอกจากนี้  เอกอัครราชทูตฯ  ยังได้อธิบายถึงสภาวะทางการเมืองที่เป็นปกติ และกำลังก้าวหน้าไปในทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับภายหลังจากที่ คสช. ได้เข้ามาบริหารประเทศ เสียงตอบรับจากนักธุรกิจ ประชาชน ล้วนแล้วแต่พึงพอใจในความสงบสุขเรียบร้อยปราศจากความขัดแย้งที่รุนแรงของสังคม   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งดัชนีผู้บริโภคและตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยคาดว่าจะมีความมั่นคงยิ่งขึ้นในไตรมาสที่ ๔ ปี ๒๕๕๗"

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ