รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเน้นย้ำความเป็นหุ้นส่วนกับธนาคารโลกกว่า ๗๐ ปี และพร้อมสานต่อความร่วมมือด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ ความเชื่อมโยง และการพัฒนาที่ยั่งยืน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเน้นย้ำความเป็นหุ้นส่วนกับธนาคารโลกกว่า ๗๐ ปี และพร้อมสานต่อความร่วมมือด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ ความเชื่อมโยง และการพัฒนาที่ยั่งยืน

23 ต.ค. 2563

1,369 view

มื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๓ นาย Ndiamé Diop ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทย – ธนาคารโลกอันยาวนานกว่า ๗๐ ปี และหารือเกี่ยวกับแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์ ความเชื่อมโยง และการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ขอบคุณธนาคารโลกสำหรับการสนับสนุนประเทศไทยที่ผ่านมา รวมถึงความร่วมมือในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งเป็นประธานอาเซียนเมื่อปี ๒๕๖๒ และได้แบ่งปันวิสัยทัศน์ของไทยในการส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) เพื่อเป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยงและขับเคลื่อนการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค โดยนาย Diop ชื่นชมไทยสำหรับแนวคิดในเรื่องการแบ่งปันความรุ่งเรื่อง (shared prosperity) ในภูมิภาค และแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนข้อริเริ่มต่าง ๆ ในภูมิภาคต่อไป ทั้งเรื่องความเชื่อมโยง การพัฒนาทุนมนุษย์ และการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังยินดีที่จะร่วมมือและให้การสนับสนุนไทยในระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลว่าด้วยความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation: BIMSTEC) ในปี ๒๕๖๔ – ๒๕๖๕ และการเป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) ในปี ๒๕๖๕ ด้วย

อนึ่ง ไทยเข้าเป็นสมาชิกธนาคารโลก เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๔๙๒ โดยกว่า ๗๐ ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างไทยกับธนาคารโลกได้พัฒนาจากความสัมพันธ์ในลักษณะผู้กู้และผู้ให้กู้มาสู่การเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา ซึ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการให้คำปรึกษาด้านนโยบายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ ปัจจุบันได้มีการจัดทำกรอบความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาระหว่างไทยกับกลุ่มธนาคารโลก (Country Partnership Framework: CFP) ปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕ เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่เน้นนวัตกรรม ทั่วถึง และยั่งยืน

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ